“เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ก็พอใช้ได้”
หนานสวี่ยกมุมปากขึ้น “งั้นคุณค่อย ๆ ดื่มไปนะ ฉันออกไปก่อน”
คราวนี้เธอออกไปเกือบยี่สิบนาที ตอนกลับมาก็ถือจานผลไม้ที่หั่นเสร็จแล้วเข้ามาด้วย
แอปเปิลหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ส้มปอกเปลือกแล้ว ส่วนกีวีหั่นเป็นแผ่นเบี้ยว ๆ
หลินเย่เชินมองจานผลไม้ “คุณหั่นเองเหรอ?”
“ค่ะ สวยใช่ไหมล่ะ?”
หลินเย่เชินมองผลไม้ที่มีทั้งชิ้นใหญ่ชิ้นเล็ก หนาบางไม่เท่ากัน แล้วมองพลาสเตอร์ที่ติดอยู่บนนิ้วของเธอ
“มือเป็นอะไร?”
หนานสวี่ซ่อนมือไว้ข้างหลัง “มะ... ไม่มีอะไร แค่ตอนหั่นผลไม้เผลอบาดนิดหน่อย”
หลินเย่เชินวางปากกา ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ
“มือ”
หนานสวี่ยื่นมือออกมาจากด้านหลัง นิ้วชี้ติดพลาสเตอร์ไว้แผ่นหนึ่ง ติดเบี้ยว ๆ จนขอบเทปลอกขึ้นมาแล้ว
หลินเย่เชินขมวดคิ้ว ลอกพลาสเตอร์แผ่นนั้นออก แล้วมองแผลตื้น ๆ แม้ไม่ลึก แต่ค่อนข้างยาว
“แค่หั่นผลไม้ยังบาดมือได้”
เขาหันไปหยิบกล่องยาออกมาจากลิ้นชัก ทำความสะอาดแผลให้เธออีกครั้ง แล้วติดพลาสเตอร์แผ่นใหม่ให้
คราวนี้เขาติดได้เรียบร้อยเป็นระเบียบ หนานสวี่มองท่าทางที่เขาก้มหน้าตั้งใจดูแลแผลให้เธอ หัวใจก็เต้นรัวขึ้นมา
“หลินเย่เชิน”
“อืม”
“คุณทำแบบนี้ ฉันจะเข้าใจผิดว่าคุณยังชอบฉันอยู่นะ”
มือของหลินเย่เชินที่กำลังจัดการแผลชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ติดพลาสเตอร์ให้เรียบร้อยแล้วปล่อยมือเธอ
“คุณคิดมากไปแล้ว”
หนานสวี่ไม่โกรธแม้แต่น้อย เธอยิ้มแป้นพลางเลื่อนจานผลไม้ไปตรงหน้าเขา “กินผลไม้สิคะ”
หลินเย่เชินมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนหยิบแอปเปิลชิ้นหนึ่งขึ้นมากิน
“หวานไหม?”
“อืม”
จู่ ๆ หนานสวี่ก็ขยับเข้ามาใกล้ “หวานเท่าฉันไหม?”
หลินเย่เชินชะงักไปขณะเคี้ยว เงยหน้าขึ้นมองเธอ
