หนานสวี่ถูกเขากดให้นั่งลงบนเก้าอี้ นั่งมองอยู่ข้าง ๆ ครู่หนึ่งก็รู้สึกเบื่อจนทนไม่ไหว เตรียมจะลุกขึ้นไปต้มยา
“เดี๋ยวข้าต้มยาเอง เจ้าอย่าขยับ”
หนานสวี่ที่เพิ่งยกก้นขึ้นก็วางกลับลงไปที่เดิม
หลังจากเขาลงสีภาพทั้งหมดเสร็จแล้ว ก็รวบม้วนเก็บใส่กระบอกภาพ ก่อนจะไปต้มยาที่เตาเล็กด้านหลัง จากนั้นยกยาร้อน ๆ มาวางตรงหน้าเธอ จ้องจนเธอดื่มหมดถ้วยถึงยอมเลิกรา
กลางดึก หนานสวี่อาบน้ำเสร็จก็เดินออกมา ผมเปียกชุ่มคลอเคลียอยู่บนไหล่ กำลังใช้ผ้าแห้งเช็ดอยู่
คุณยายหลี่นั่งอยู่บนเก้าอี้หวายในลานบ้าน พลางโบกพัดใบลาน พอเห็นเธอออกมาก็ยิ้มแย้มแล้วกวักมือเรียก
“มานี่ มานี่”
หนานสวี่เดินไปนั่งบนม้านั่งตัวเล็กข้าง ๆ คุณยายหลี่ใช้พัดใบลานโบกลมให้เธอสองสามที ก่อนจะกวาดตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
“เจ้าออกไปกับจิตรกรจางกี่ครั้งแล้ว”
“ก็แค่สองครั้งนี้เองค่ะ”
“แค่สองครั้งก็ช่วยก่อไฟต้มยาให้เจ้า แถมยังส่งกลับห้องอีก จุ๊ ๆ…สนิทสนมกันถึงเพียงนี้แล้วหรือ”
หนานสวี่กำลังเช็ดผม พอได้ยินก็ชะงักมือ
“คุณยายหลี่ สายตาของท่านนี่ถ้าไม่ได้ไปทำงานที่กรมอาญา คงน่าเสียดายแย่เลยค่ะ จิตรกรจางแค่เห็นว่าฉันเป็นหญิงสาวตัวคนเดียวไร้ญาติ น่าสงสารเท่านั้นเอง”
“ข้าแก่คนนี้มีชีวิตมาหกสิบสามปีแล้ว เรื่องไหนคือสงสาร เรื่องไหนคือใส่ใจ ข้ายังแยกออก”
หนานสวี่ก้มหน้ายิ้ม รวบผมเปียกทัดไว้หลังหู ไม่ได้พูดต่อ เพียงทอดสายตามองดวงจันทร์ที่ถูกเมฆบดบังไปครึ่งหนึ่งเหนือชายคา
คุณยายหลี่เห็นสีหน้าของเธอแล้วก็ถอนหายใจ ตบหลังมือเธอเบา ๆ
“เอาละ ไม่หยอกเจ้าแล้ว อย่าลืมดื่มยาให้หมด ห้ามแอบเททิ้งเชียว ข้าแก่แล้ว ทนอดหลับอดนอนไม่ไหว เจ้าเองก็อย่านั่งอยู่คนเดียวตอนกลางคืนบ่อยนัก รีบเข้านอนเสีย”
