จ้าวเย่สูดหายใจลึก “อาหมาน วางข้าไว้ตรงนั้นก็พอ ไม่ต้อง...”
ไม่ต้องอุ้มขึ้นมาก็ได้
เขาเป็นผู้ชาย แต่อาหมานอุ้มเขาด้วยท่าแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกแล้ว
ทำให้จ้าวเย่รู้สึกราวกับตัวเองเป็นผู้หญิง ทั้งที่จริงคนที่เป็นผู้หญิงคืออาหมาน ดูเหมือนสถานะของทั้งคู่ควรสลับกันเสียมากกว่า
อาหมานเองก็รู้ตัวว่าความรู้สึกแปลก ๆ นั้นมาจากไหน เพราะนางแรงเยอะเกินไป อุ้มจ้าวเย่ราวกับอุ้มเด็กคนหนึ่ง
อาหมานเกาหัวอย่างเขินอาย “รู้แล้ว ข้าจำไว้แล้ว”
“นี่เจ้าเป็นคนสานหรือ”
อาหมานสานเสื่อไปได้ครึ่งหนึ่งก็ออกไปขุดผักป่า พอกลับมาก็เห็นเสื่อไม้ไผ่วางอยู่ในลานบ้าน สานเสร็จไปเกือบสองในสามแล้ว เรียบร้อยสวยงาม เส้นตอกไม้ไผ่สอดประสานกันแน่นสนิท ไม่มีส่วนไหนนูนขึ้นมาแม้แต่น้อย
วันนี้นางเพิ่งสอนจ้าวเย่ไปเอง ที่จริงการสานเสื่อไม้ไผ่ไม่ได้ยากอะไร ส่วนใหญ่ก็ทำท่าเดิมซ้ำ ๆ ชาวบ้านชาวนาสิบครัวเรือน มีถึงเก้าครัวเรือนที่สานเป็น
“อืม ที่เหลือพรุ่งนี้ข้าสานต่อเอง”
ของสานไม้ไผ่ราคาถูก ต่อให้ฝีมือดีแค่ไหน ของใช้ในบ้านแบบนี้ใคร ๆ ก็ทำใช้เองได้ จึงขายไม่ได้ราคา
“ดี”
อาหมานเทยาต้มที่เคี่ยวเสร็จแล้วลงในถังไม้ให้จ้าวเย่แช่ตัว ส่วนตัวเองไปทำอาหารเย็นในครัวเล็กที่อยู่ข้าง ๆ
ซาลาเปาไส้เนื้อเมื่อกลางวันทำให้อาหมานติดใจ คิดว่าพรุ่งนี้จะต้องไปซื้อมาเพิ่มอีกหลายลูก
