“เงินก้อนนั้นเอาไปสร้างบ้าน รักษาโรค ซื้อเสบียงให้เชลยศึก รวมถึงซื้อที่ดินและเมล็ดพันธุ์ข้าว ล้วนต้องใช้เงินทั้งนั้น”
“ทำไมจู่ ๆ ถึงนึกพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกล่ะ”
“เจ้าก็ไม่ให้ข้ากิน แล้วจะให้ข้าพูดอะไรล่ะ เรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ เจ้าก็ไม่ให้พูด งั้นคุยเรื่องปากท้องของประชาชนได้แล้วใช่ไหม”
อาหมานบ่นอย่างไม่พอใจ เพราะตอนนี้มือทั้งสองข้างถูกจ้าวเย่จับตรึงไว้เสียแน่น ขยับตัวไม่ได้เลยสักนิด นางจะทำอะไรได้อีก
ถึงจะมีเรี่ยวแรงอยู่บ้าง แต่ก็ใช่ว่าจะเอามาใช้กับสามีของตัวเองได้
อาหมานยังติดภาพจ้าวเย่ในยามเจ็บป่วยอ่อนแอ กลัวว่าหากควบคุมแรงไม่ดี จะทำให้เขาบาดเจ็บเอาได้
เขาหล่อเหลาจริง ๆ
เมื่อก่อนดูอ่อนแอเพราะเจ็บป่วย แต่ตอนนี้กลับเพิ่มความน่าเกรงขามเคร่งขรึมขึ้นมาอีกหลายส่วน
“พูดจาเหลวไหล ข้าเคยห้ามเจ้าเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ตั้งแต่เมื่อไรกัน”
เด็กสาวคนนี้พูดจาแต่ละทีชวนตะลึงเสียจริง ยังดีที่ตอนนี้จ้าวเย่ชินแล้ว ถ้าเป็นคนอื่น ไม่รู้จะตกใจจนเป็นอย่างไรบ้าง
“งั้นเจ้าก็บอกมาสิ ในบรรดาเชลยศึกที่พวกเจ้าช่วยกลับมาครั้งนี้……”
“พอแล้ว อาหมาน” จ้าวเย่ตัดบท “ดึกแล้ว ได้เวลาพักผ่อน เรื่องพวกนี้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้”
“ไม่ได้”
“ค่ำคืนยังอีกยาวไกล ข้านอนมาตั้งห้าวันแล้ว ตอนนี้จะหลับลงได้อย่างไร”
ที่แท้ตอนนี้นางอยากคุยเพราะนอนไม่หลับอย่างนั้นหรือ
“หมอผีบอกว่าเจ้าถูกฝันร้ายเหนี่ยวรั้งไว้ อาหมาน เจ้าฝันเห็นอะไรหรือ”
ในเมื่ออาหมานไม่ยอมพูด เขาเองก็มีเรื่องอื่นอยากถามนางเช่นกัน
