ระหว่างกินข้าว จางซิ่วหลานได้พูดคุยกับแม่ลูกคู่นั้นและได้ข้อสรุปตามที่คิดไว้ในใจ
ลูกสาววัยเยาว์กลับมาจากชนบทจริง ๆ และพี่ชายของเธอก็ไปบุกเบิกชนบทด้วยกัน
หลังกลับเข้าเมือง พี่ชายรับช่วงงานต่อจากแม่ ส่วนลูกสาวหางานอยู่นานก็ไม่ได้ เลยต้องอยู่บ้านกินเปล่า ๆ จึงโดนบ่นอยู่บ้าง
แม่สงสารลูกสาว พอเห็นคนมากเริ่มออกมาขายของหน้าร้าน ก็พาลูกสาวออกมาขายของด้วยอย่างไม่ลังเล รายได้แบ่งคนละครึ่ง
ฝีมือทั้งแม่ทั้งลูกดี๊ดี ร้านขนมเล็ก ๆ ของพวกเธอเปิดได้ไม่นานก็มีลูกค้าประจำ ธุรกิจไปได้สวย
เพราะมีรายได้ ลูกสาวยิ้มบ่อยขึ้น และเพราะรู้ว่าขายของได้เงินมากกว่างานประจำ เธอก็เริ่มมีแผนอนาคต ไม่ยึดติดกับการหางานอีกต่อไป
แม้แต่แม่ที่อยากให้ลูกสาวมีงานประจำก็ยังยอมรับว่าการออกมาขายของนั้นดีจริง ๆ
หน้าอายไปบ้าง แต่ไม่เสียเงิน
จางซิ่วหลานสัมผัสได้ถึงความสุขที่แตกต่างกันของแม่ลูกคู่นี้ เธอก็ยินดีกับพวกเขาด้วย เธอรู้ดีว่าคนสองคนนี้แหละที่จะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่รวย
กินข้าวเสร็จ พวกเขาก็ไปเล่นต่อที่ศูนย์เยาวชนอีกรอบ ก่อนจะขี่จักรยานกลับบ้าน
สิ่งที่ทำให้จางซิ่วหลานประหลาดใจคือ พอกลับมาถึงลานบ้านก็ไม่เห็นมีพิธีศพ พอถามดูถึงรู้ว่าอวี๋เย้าจู่หารถมาขนศพไปตั้งแต่กลางวันแล้ว
และครอบครัวอวี๋ก็ย้ายออกไปด้วยกันหมด แม้แต่ยายซ่งที่ป่วยเป็นอัมพาตก็ยังตามรถกลับไปด้วย
ที่บ้านไม่มีการตั้งศพให้เธอโล่งใจไปเปราะหนึ่ง กลัวว่าเด็ก ๆ จะตกใจแล้วนอนไม่หลับ
