จางซิ่วหลานเอามือลูบคาง คิดไปคิดมา เธอก็ไม่ค่อยแน่ใจเรื่องเงื่อนไขการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในตอนนี้เท่าไหร่ แต่ได้ยินว่าเงื่อนไขการสมัครเข้มงวดขึ้น
ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขการสมัคร การไปเรียนมัธยมปลายก็ไม่เลว จางซิ่วหลานทบทวนความรู้ที่เรียนมาในช่วงนี้ แล้วพูดกับหวังซิ่วหยิงว่า
“เธอไปถึงชนบทแล้ว ค่อยไปสอบที่โรงเรียนมัธยมปลายแถวนั้นก็ได้ โดยเลือกเรียนด้วยตัวเองนอกโรงเรียน
ถ้าเธอสอบผ่านด้วยการเรียนด้วยตัวเอง ก็สามารถสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยจากโรงเรียนมัธยมปลายแถวนั้นได้
แต่คือ เธอต้องทั้งเรียน ทั้งทำงาน ร่างกายเธอไหวเหรอ?”
จางซิ่วหลานมองรูปร่างเล็ก ๆ ของหวังซิ่วหยิง สูงแค่ประมาณ 150 เซนติเมตร ผอมจนเหลือแต่กระดูก กลัวว่าหวังซิ่วหยิงจะทำงานหนักจนตายกลางทุ่งนา
“ฉันไหว ฉันไม่กลัวเหนื่อย ไม่กลัวลำบาก ฉันแค่อยากหนีจากครอบครัวตอนนี้”
หวังซิ่วหยิงมองจางซิ่วหลานด้วยสีหน้าอ้อนวอน “คุณช่วยฉันได้ไหม?”
“การตัดขาดความเป็นญาติของเธอมีเงื่อนไขอะไรไหม? แล้วถ้าสหายโจวจี้หงเสนอเงื่อนไขอื่น เธอจะยอมรับไหม?” จางซิ่วหลานถาม
“ฉันแค่ต้องการตัดขาดความเป็นญาติ แค่ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีกต่อไป ส่วนโจวจี้หงอยากได้เงื่อนไขอะไร ฉันจะไม่ยอมรับทั้งนั้น
ตอนนั้นโจวจี้หงแต่งงานใหม่ แล้วขายบ้านที่พ่อฉันทิ้งไว้ให้ เงินพวกนั้นพอเป็นค่าครองชีพของฉัน ฉันไม่ติดหนี้อะไรตระกูลหนิง”
พอหวังซิ่วหยิงพูดถึงเรื่องเก่า น้ำตาก็คลอขึ้นมาอีกครั้ง เธอแค้นจริง ๆ!
