ไปหาพนักงาน ให้ช่วยจัดห้องนวดคู่ให้ห้องหนึ่ง
“ขอถามหน่อยค่ะ คุณผู้หญิงท่านนี้ต้องการหมอนวดหญิงหรือชายคะ?”
ลู่เจียหนิงคิดในใจว่า หรือว่าผู้หญิงนวดทีไรก็ต้องเป็นหมอนวดผู้ชาย แบบนั้นคงกระอักกระอ่วนแย่
“หมอนวดหญิงค่ะ”
ไม่นานนัก หมอนวดหญิงสองคนก็ถือกะละมังไม้เข้ามา ทั้งคู่อายุราว 30 ปี สวมชุดกระโปรงสั้นแบบวันพีซ
ทั้งสองนั่งแช่เท้าข้างเตียงนวด ส่วนหมอนวดหญิงก็ยืนบีบไหล่อยู่ด้านหลัง
ลู่เจียหนิงแซวว่า “พวกผู้ชายนี่รู้จักใช้ชีวิตจริง ๆ มีพี่สาวคนสวยมานวดให้ด้วย”
“ถ้าเธอไม่ชอบให้พี่สาวคนสวยนวดให้ฉัน เธอนวดให้ก็ได้นะ ฉันจ่ายค่าแรงให้สองเท่าเลย”
“พี่สาวนวดได้สบายจริง ๆ ฝีมือดีมากเลยค่ะ”
หมอนวดทั้งสองแอบหัวเราะคิกคัก
นวดกันเกือบ 2 ชั่วโมง ในที่สุดทั้งคู่ก็หลับไป
ตอนเสิ่นเยี่ยนตื่น ลู่เจียหนิงก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เอาศีรษะมาพิงไหล่เขา เธอหลับสนิทมาก เสิ่นเยี่ยนมองเธอเงียบ ๆ พร้อมข่มความกระอักกระอ่วนยามเพิ่งตื่นนอนเอาไว้
ไม่นานลู่เจียหนิงก็ตื่นขึ้น เธอลืมตาสบตาเสิ่นเยี่ยน ทำเป็นใจเย็นแล้วแสร้งยืดเส้นยืดสายอย่างสบายอกสบายใจ
“เช้าแล้วหรือเปล่า เราต้องกลับกันแล้วนะ”
“ไปสิ เดี๋ยวไปส่งเธอกลับบ้าน”
ลู่เจียหนิงไปถึงเคาน์เตอร์บริการในโถงก่อนเสิ่นเยี่ยน แล้วจ่ายค่าบริการของบัตรทั้งสองใบเรียบร้อย
พอออกจากประตูศูนย์อาบน้ำ ลมหนาวก็พัดปะทะเข้ามา
เสิ่นเยี่ยนพูดว่า “มาดูกันว่าใครจะวิ่งไปถึงรถก่อน”
ทั้งสองวิ่งไปจนถึงร้านอาหารที่ไปกินกันเมื่อวาน ร่างกายอุ่นขึ้นแล้ว ไม่เหลือความหนาวแม้แต่น้อย
เสิ่นเยี่ยนขับรถไปส่งลู่เจียหนิงที่บ้าน
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้เปลี่ยนไปเพราะพูดกันจนเข้าใจแล้ว บางทีอาจเป็นเพราะต่างคนต่างชอบความรู้สึกเวลาที่อยู่ด้วยกันแบบนี้มากเกินไป
……
วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม ห้องรับรองแขก ศูนย์ธนาคารเอกชนเจาซาง ชั้นบนสุดของอาคารซินซื่อจี้ เมืองหยางเฉิง
โซฟาหนังแท้สีเทาอ่อนกว้างขวางนั่งสบาย บนโต๊ะกลางมีชาผู่เอ๋อร์สองถ้วยส่งกลิ่นหอมเข้มข้น
