จากหน้าต่างห้องนั่งเล่นมองเห็นลู่เจียหนิงเดินเข้ามา ก่อนรถมายบัคสีดำจะค่อย ๆ แล่นออกไป
เสิ่นเยี่ยนส่งข้อความหาลู่เจียหนิงว่า ‘เห็นเธอแล้ว ฉันอยู่ฝั่งตรงข้ามนี่’
‘รอแป๊บนะ เดี๋ยวไปหา’
เสิ่นเยี่ยนนัดกับลู่เจียหนิงไว้ว่าจะไปซื้อของขวัญให้คุณปู่ลู่ด้วยกัน
ผ่านไปครู่หนึ่ง ลู่เจียหนิงก็เดินเข้ามาในเสื้อโค้ตสีน้ำตาลกาแฟเข้ม ยิ่งขับให้ผิวดูขาวผ่องและท่วงท่าสง่างามขึ้น
สวี่หนิงมองเสิ่นเยี่ยนแล้วถามว่า “พี่เสิ่น นี่พี่สะใภ้ใช่ไหมคะ สวยเกินไปแล้ว!”
ทันทีที่เห็นลู่เจียหนิง สวี่หนิงก็หมดความมั่นใจไปทันที
“อย่าพูดเหลวไหล”
เสิ่นโส่วเจิ้งแซวว่า “ไอ้ลูกชาย ไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอกกันสักคำ”
“นี่หมอลู่น้อยครับ”
เสิ่นเยี่ยนกับเสิ่นโส่วเจิ้งออกไปต้อนรับเธอ
ลู่เจียหนิงทักทายเสิ่นโส่วเจิ้งอย่างสุภาพ “คุณลุงใช่ไหมคะ สวัสดีค่ะ หนูลู่เจียหนิงค่ะ”
“สวัสดี ๆ”
เสิ่นเยี่ยนบอกว่า “หนิงหนิงก็คือหมอลู่น้อยครับ โรคของผมคุณปู่เธอเป็นคนรักษาให้”
“แล้วทำไมไม่บอกแต่แรก เราควรขอบคุณเขาดี ๆ สักหน่อย”
“วันนี้ผมจะออกไปกับเจียหนิง เพื่อซื้อของขวัญให้คุณปู่ลู่ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปเถอะ”
ทั้งคู่ขับรถไปถึงร้านหมาล่าทังเป็นที่แรก
การตกแต่งพื้นฐานของร้านหมาล่าทังเสร็จไปกว่าครึ่งแล้ว หลิวปินกำลังปรึกษากับทางโรงงานเรื่องติดตั้งอุปกรณ์
หลิวปินเห็นเสิ่นเยี่ยนพาสาวสวยระดับเทพธิดามาด้วย แถมยังคล้องแขนเสิ่นเยี่ยนอยู่ด้วย แบบนี้คงเป็นพี่สะใภ้แน่ ๆ
“สวัสดีครับพี่สะใภ้ ผมหลิวปินครับ”
“อย่าพูดเหลวไหล ฉันจะแนะนำให้รู้จัก นี่ลู่เจียหนิง”
“สวัสดีค่ะ ฉันรู้ว่าคุณเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเสิ่นเยี่ยน” ลู่เจียหนิงพยักหน้าทักทายเล็กน้อย
หลิวปินลากเสิ่นเยี่ยนเข้าไปในร้าน “ลูกพี่ ไม่แปลกใจเลยที่หลายวันมานี้ไม่โผล่มา ที่แท้ก็ไปหาแฟนสวยขนาดนี้นี่เอง”
“ในร้านยังมีอะไรให้ฉันช่วยไหม?”
“ไม่มีหรอก ผมคนเดียวก็รับมือไหว พ่อแม่ผมยังออกไปตั้งแผงที่ตลาดกลางคืนอยู่เลย แถมตั้งกลุ่มลูกค้าไว้ด้วย จะได้สะสมลูกค้าเพิ่ม”
“รอให้ร้านเปิดและเข้าที่เข้าทางก่อน ค่อยจ้างคนเพิ่ม ให้ลุงกับป้าทำงานน้อยลงหน่อย”
