เช้าวันที่ 11 เสิ่นเยี่ยนตื่นขึ้นมาวิ่งตามปกติ
หลังจากฝึกมาสิบกว่าวัน ตอนนี้การวิ่ง 5 กิโลเมตรก็ไม่ใช่เรื่องหนักหนาแล้ว
วิ่งไปได้ครึ่งทาง จู่ ๆ ก็มีร่างหนึ่งวิ่งตามมาทัน เป็นหญิงสาวที่ดูสดใสแข็งแรง
เสิ่นเยี่ยนนึกย้อนถึงภาพตอนวิ่งในช่วงหลายวันที่ผ่านมาโดยไม่รู้ตัว เขาต้องเคยเห็นหญิงสาวคนนี้แน่
เธอมีรูปร่างดี ท่าวิ่งก็ดูสวยสะดุดตา เป็นคนที่ทำให้ใครเห็นแล้วจดจำได้ง่าย แต่เสิ่นเยี่ยนไม่ได้สนใจเธอเป็นพิเศษ
วันนี้เกิดอะไรขึ้นกันนะ? ผู้หญิงสวยราวกับนางฟ้าแบบนี้ ปกติเขายังไม่กล้าเข้าไปทักเลย แล้วทำไมถึงวิ่งตามเขามาล่ะ
เสิ่นเยี่ยนไม่ได้เสียจังหวะ ยังคงวิ่งต่อไป ตั้งใจว่าจะวิ่งให้ครบอย่างน้อย 5 กิโลเมตร อยากวิ่งตามก็เชิญเถอะ อีกเดี๋ยวคงวิ่งไม่ไหวแล้วถอยไปเอง
คิดไม่ถึงว่าหญิงสาวจะวิ่งได้สบาย ๆ จนเขาวิ่งครบ 5 กิโลเมตร เธอก็ยังตามอยู่ตลอด
เสิ่นเยี่ยนหยุดวิ่งแล้วเดินต่อไปเรื่อย ๆ หญิงสาวเดินเข้ามาข้างกายและทักเขา
“วิ่งเร็วเหมือนกันนะ ถ้าฉันไม่ได้เริ่มวิ่งตามกลางทาง คงวิ่งไม่ไหวแน่”
หลังออกกำลังกายเสร็จใหม่ ๆ แก้มของหญิงสาวแดงระเรื่อ หน้าผากมีเม็ดเหงื่อเล็ก ๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้องมองเสิ่นเยี่ยน
ดวงตาคู่นี้... ในหัวพลันปรากฏภาพคนสวมหน้ากากอนามัยและเสื้อกาวน์สีขาว
“หมอลู่น้อย!”
“ยังพอจำฉันได้ด้วยนะ ลู่เจียหนิง” ลู่เจียหนิงยื่นมือออกมา เสิ่นเยี่ยนจับมือเธอเบา ๆ
“หมอลู่น้อย คุณก็วิ่งที่นี่ทุกเช้าเลยหรือครับ?”
“อย่าเรียกฉันว่าหมอลู่น้อยสิ” ลู่เจียหนิงแสร้งทำเป็นโกรธ
“ผมดูแล้วคุณก็ไม่ได้อายุมากกว่าผมสักเท่าไร แถมที่คลินิกก็เคยลงทะเบียนบัตรประชาชนผมไว้ด้วย”
“ฉลาดจริง ๆ เรียกฉันว่าเจียหนิงก็พอ เพื่อนร่วมชั้นกับเพื่อน ๆ ก็เรียกฉันแบบนี้”
“ต้องอธิบายก่อนนะครับ แอบดูผมวิ่งมาตั้งหลายวัน ทำไมเพิ่งมาบอกกันวันนี้” เสิ่นเยี่ยนจงใจหาเรื่องแกล้งลู่เจียหนิง
“วันนี้ที่จริงฉันมาขอบคุณเรื่องเมื่อวาน...” ลู่เจียหนิงหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย
