กินข้าวที่ห้างว่านเซี่ยงเสร็จแล้ว เสิ่นเยี่ยนก็ไปส่งเวินจือเหยากลับมหาวิทยาลัย จากนั้นไปส่งเสิ่นเยียนหรานกลับบ้าน พอกลับถึงบ้านก็เป็นเวลากลางคืนแล้ว
เสิ่นเยี่ยนมาที่ห้องสนุกเกอร์เพื่อทำความสะอาด เพิ่งทำไปได้ครึ่งหนึ่ง โทรศัพท์ก็ดังขึ้น พอเห็นว่าเป็นนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์โทรมา ก็อดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายขยันจริง ๆ วันหยุดวันชาติยังไม่พักเลยหรือไงนะ?
“น้องชาย มีบ้านให้ดูแล้วนะ”
เสิ่นเยี่ยนได้ยินก็รู้ทันทีว่าเป็นพี่สาวเกา นายหน้าที่เจอกันวันนั้นที่ร้านเหล่าซื่อจี้ ซึ่งรับปากว่าจะช่วยติดต่อเจ้าของวิลล่าในโครงการเหอพ่านเจียหยวนให้เขา
“ฉันติดต่อร้านค้าฝั่งตรงข้ามห้างว่านเซี่ยงฮุ่ยกับวิลล่าในโครงการเหอพ่านเจียหยวนให้เรียบร้อยแล้ว ร้านค้าชั้นเดียวขนาด 120 ตารางเมตร ราคา 1.8 ล้าน ส่วนเจ้าของวิลล่าทั้งสองหลังคุยกันแล้ว ราคา 2.4 ล้านทั้งคู่ พรุ่งนี้มีเวลาพาไปดูบ้านได้”
ติดต่อเรียบร้อยหมดแล้ว เสิ่นเยี่ยนไม่คิดว่าจะราบรื่นขนาดนี้ แถมราคาก็อยู่ในช่วงที่เขาคาดไว้ ตอนแรกเขาคิดแค่ว่าถ้าจัดการหาร้านเปิดกิจการได้ก่อน เรื่องบ้านค่อย ๆ ดูไปก็ได้
เขาบอกข่าวดีให้หลิวปินรู้ แล้วนัดกันว่าพรุ่งนี้เช้าจะไปดูร้านค้า ส่วนตอนบ่ายไปดูวิลล่า
จู่ ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้มีนัดดูตัว จึงติดต่ออาสะใภ้รองเพื่อเลื่อนไปเป็นมะรืน
อาสะใภ้รองส่งข้อมูลของฝ่ายหญิงมาให้ เธออายุน้อยกว่าเสิ่นเยี่ยนหนึ่งปี ทำงานอยู่ธนาคาร ดูจากรูปแล้วก็สวยไม่น้อย
วันถัดมาตอนเก้าโมงเช้า เสิ่นเยี่ยนกับหลิวปินมาถึงร้านค้าแห่งนี้ ซึ่งเป็นร้านบะหมี่หลานโจวที่อยู่ไม่ไกลจากร้านบะหมี่ดึงมือเหล่าซื่อจี้
ที่น่าแปลกคือหน้าร้านไม่มีป้ายประกาศเซ้งหรือขายเลย
ทั้งสองคุ้นเคยกับถนนสายนี้ดี ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันร้านบะหมี่หลานโจวแห่งนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเซ้งร้าน
