ที่จริงแล้วในภายหลัง เมื่อเจ้าของร่างเดิมโกงเงินไปทำแท้งแล้วหนี สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการถูกกลุ่มคนรุมประณามจนตายอย่างน่าอนาถ เขาเองก็เป็นคนส่งคนมาเก็บศพให้
หน่วยทหารยังอยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร
ที่นี่ห่างไกล ปกติแล้วต้องอาศัยเกวียนเทียมวัวของหมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อเข้าเมืองหรือไปยังอำเภอ
แต่ในยามพิเศษเช่นนี้ ผู้คนใกล้จะอดตาย วัวก็ซูบผอมไม่ต่างกัน จะไปหาเกวียนอะไรได้อีก
สวีซุ่ยจึงได้แต่ต้องเดินด้วยเท้าเปล่า
ฤดูร้อนที่ร้อนระอุ แผ่นดินถูกแดดแผดเผาจนแห้งแตกเป็นร่องรอย ภูเขาและทุ่งกว้างยามนี้มีแต่สีเหลืองซีด
อย่าว่าแต่ผักป่าที่กินได้เลย แม้แต่เปลือกไม้แถวหมู่บ้านใกล้เคียงระยะหลายสิบลี้ก็ยังถูกผู้คนลอกออกมากินจนเกลี้ยง
สวีซุ่ยเดินทางเข้าเมืองไปเรื่อยๆ ระหว่างทางพบเจอผู้คนไม่น้อย
บ้างก็หิวจนทนไม่ไหวต้องขุดดินขาวมากินประทังชีวิต บ้างก็เป็นคนชราและเด็กๆ ที่เหลือแต่โครงกระดูกหุ้มหนังนอนหายใจรวยรินอยู่กับพื้น แถมยังมีคนที่อดตายข้างทางจนเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง
เธอเดินฝ่าผู้คนเหล่านี้ไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าภายในใจกลับแน่นอัดไปด้วยอารมณ์หดหู่และหนักอึ้ง
ทันใดนั้น มีเด็กร่างผอมกะหร่องวิ่งเข้ามาหา ในมือถือชามดินเผาที่บิ่นหายไปเกือบครึ่ง
“พี่สาว ได้โปรดเถอะ สงสารผมหน่อย ให้อะไรผมกินบ้าง แม่ของผมกำลังท้องน้องอยู่ใกล้จะอดตายแล้ว”
สวีซุ่ยเงยหน้ามอง เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนอนหายใจรวยรินอยู่ริมทางไม่ไกลนัก ใบหน้าซีดเหลือง ผมแห้งกรอบ ร่างทั้งร่างแห้งเหี่ยวจนน่ากลัว ราวกับว่าเหลือแต่กระดูก ทว่าท้องของนางกลับสูงเด่นสวนทางกับร่างที่ซูบผอม กลับยิ่งขับให้เห็นว่านางผ่ายผอมยิ่งกว่าเดิม
