อย่ามองว่าขยะไร้ค่า สำหรับเธอในเวลานั้นที่ไม่มีเงิน ไม่มีเส้นสาย แม้แต่การเล่าเรียนก็ยังไม่มีปัญญา แต่มันกลับเป็นหนทางที่ดีที่สุด
ในตอนแรก ก่อนอายุเจ็ดขวบ เธอเพียงแค่เก็บขยะ กินเศษผักเน่าและผักป่าประทังชีวิตอย่างยากลำบาก
หลังจากอายุเจ็ดขวบ เธอเริ่มแอบไปฟังบทเรียนและเรียนรู้ตัวอักษรที่โรงเรียนชนบท เมื่อรู้หนังสือมากขึ้น เมื่อมองดูเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันที่นั่งอยู่ในห้องเรียน สวมใส่เสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน
สวีซุ่ยเกิดความรู้สึกอิจฉาขึ้นเป็นครั้งแรก เธอตัดสินใจว่าจะส่งตัวเองเข้าโรงเรียน
เพื่อสะสมเงินค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้พอ
เธอออกไปงมหาขยะทุกวัน เก็บสะสมอยู่นาน ในที่สุดก็รวบรวมค่าเล่าเรียนได้ครบ
ที่หนึ่งของโรงเรียนมีเงินรางวัลสองร้อยหยวน เงินสองร้อยนั้นเป็นของเธอเสมอ
ต่อมา แค่เก็บขยะทั่วไปมันเสียเวลามากและไม่คุ้มแล้ว สวีซุ่ยก็เริ่มเปลี่ยนกลยุทธ์ นำเงินที่หามาได้ในช่วงหลายปีนั้นมาลงทุนกับตัวเอง ซื้อหนังสือฝึกทักษะการซ่อมแซมเครื่องจักรต่าง ๆ มาให้ตัวเอง และหมกมุ่นอยู่กับการเรียนรู้
พออายุสิบเอ็ดปี เธอรับหน้าที่ซื้อของเสียทั่วทั้งหมู่บ้านใกล้เคียงแต่เพียงผู้เดียว
เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ชำรุด พอผ่านมือเธอซ่อมแซม แล้วตกแต่งใหม่ ก็พลิกมือขายได้ราคาสูงกว่าเดิมหลายเท่า ตอนนั้นเธออายุยังน้อย ชะตาชีวิตน่าเวทนาจับใจ อีกทั้งยังพูดจาฉะฉาน จึงมีผู้ใหญ่ใจดีคอยช่วยแนะนำช่องทางการค้าให้เสมอ
ด้วยอาชีพนี้ เมื่ออายุสิบห้าปี
ในสายตาคนทั่วไป เธอคือเด็กกำพร้าอนาถาหาเลี้ยงชีพด้วยการเก็บขยะ แต่แท้จริงแล้วเธอได้เก็บสะสมเงินไว้เป็นหลักแสนสองแสน การเล่าเรียนสำหรับเธอไม่ได้เป็นเรื่องไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป
