“เขาอยู่ค่ะ แล้วพวกคุณเป็นใครเหรอคะ” สวีซุ่ยวางเสื้อผ้าที่กำลังขยี้ซักลง เช็ดมือให้แห้งแล้วมองทั้งสองคนอย่างสงสัย
หงเทาพาภรรยาเดินเข้ามาในลานบ้าน มือหอบหิ้วของถุงใหญ่ถุงเล็กเต็มไปหมด เขายิ้มพลางเอ่ยว่า “ผมเป็นเพื่อนร่วมรบเก่าของเขา ชื่อหงเทา นี่ภรรยาผม หลี่ซิ่ว”
พอได้ยินชื่อ สวีซุ่ยก็นึกออกทันทีว่าชายคนนี้คือเพื่อนร่วมรบของฉินหยุนโจวที่ทำงานอยู่ที่สถานีธัญพืช
เธอกำลังจะเอ่ยปากเชิญทั้งสองเข้าไปนั่งในบ้าน
วินาทีถัดมา ฉินหยุนโจวที่ได้ยินเสียงคุ้นหูจากทางเตาทำอาหารก็ใช้ไม้ค้ำยันเดินเข้ามา พอเห็นคนที่มาเยือน เขาก็ดีใจขึ้นมา น้ำเสียงเจือความตื่นเต้นอยู่หลายส่วน
“พี่หง พี่สะใภ้ ทำไมถึงเอาของมาเยอะแยะขนาดนี้ครับ”
“รีบเข้ามานั่งในบ้านเถอะครับ”
สายตาของหงเทาตกลงบนขาของฉินหยุนโจวทันที เขาก้าวยาว ๆ เข้าไปหา แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง “หยุนโจว ขาของนายไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม”
“ทางโรงพยาบาลกองทัพว่าอย่างไร อีกนานแค่ไหนถึงจะหาย”
นี่เป็นถึงต้นกล้าชั้นดีที่หาได้ยากของกองทัพเชียวนะ
เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เขาออกจากกองทัพ ชายคนนี้ยังแข็งแรงดีอยู่เลย
พริบตาเดียวพอได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ไม่คิดเลยว่าเขาจะกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว
หลี่ซิ่วมองขาขวาที่บาดเจ็บของฉินหยุนโจวแล้วอดถอนหายใจไม่ได้ เธอดึงเสื้อสามีเบา ๆ “พอเถอะ เพิ่งมาถึงก็ถามเสียตั้งหลายคำถาม จะให้หยุนโจวตอบทันได้ยังไง”
อีกฝ่ายบาดเจ็บอยู่ จะให้ยืนคุยตลอดได้อย่างไร
