ดั่งคำโบราณว่า ตีคนที่ยิ้มให้ไม่ลง
อีกทั้งสิ่งที่เจ้าของร่างเดิมทำไว้ ก็เป็นเรื่องจริง
สวีซุ่ยไม่ได้คิดจะตีจากกับใครในเร็ววัน เธอเม้มปากยิ้ม ยิ้มอย่างเปิดเผย พยักหน้า “ค่ะ อีกสักพักจะจัดงานแต่ง คุณป้าอย่าลืมมากินขนมแต่งงานด้วยนะ”
“ต่อไปเราก็เป็นเพื่อนบ้านกัน ไม่แน่วันหน้าอาจมีเรื่องต้องรบกวนคุณป้าอีก”
จางซิ่วเฟินยังคงยิ้มไม่หุบ อีกทั้งใบหน้าของนางก็ดูใจดี ใครเห็นก็ต้องคิดว่าเป็นคุณป้าขาช่วยเหลือ
“ดีจริง ๆ จะว่าไป ดูแค่พวกเธอสองคนยืนคู่กัน ก็เหมาะสมกันเหลือเกิน”
“ต่อจากนี้ก็เพื่อนบ้านกัน มีอะไรก็มาเคาะประตูได้เลย คุณป้าช่วยได้ก็จะช่วยเต็มที่”
ทันใดนั้น นางก็พลิกคำพูด “จริงสิ ช่วงนี้ทำไมไม่เห็นผู้กองกู้เลย ได้ยินว่าเขาจะย้ายไปแล้วนะ”
“บ้านใหม่ของเขาก็จัดไว้หมดแล้ว เฟอร์นิเจอร์อะไรนั่นก็ซื้อใหม่หมดเลย ใช้เงินไปตั้งเยอะ เขาย้ายไปแล้ว ของพวกนั้นคงไม่ทิ้งไว้เฉย ๆ หรอกใช่ไหม”
สวีซุ่ยชะงักเล็กน้อย
กู้ซูจะย้ายไปแล้วหรือ
ในหนังสือเหมือนจะไม่มีเรื่องนี้นี่นา
แต่ในหนังสือถึงตอนนี้ เธอก็จดทะเบียนกับฉินหยุนโจวไปตั้งนานแล้ว วันแรกหลังแต่งงาน ฉินหยุนโจวก็ออกไปทำภารกิจ แล้วบาดเจ็บสาหัสขาหัก กลับมาในอีกหนึ่งเดือนถัดมา นอนพักที่โรงพยาบาลทหารอีกเดือนกว่า ในที่สุดก็รอดมาได้
ถึงกระนั้นก็ยังต้องกลับบ้านเกิดไปพักรักษาตัวชั่วคราว
งานที่วงดนตรีและศิลปะของเจ้าของร่างเดิม ก็ถูกปลดไปเนิ่นนานแล้ว แถมยังท้องด้วย ก็เลยต้องตามกลับบ้านเกิด
