สวีซุ่ยเห็นว่าเขาจริงจัง ก็ไม่อิดออด รับมาโดยดี พลางส่งยิ้มจริงใจให้
"ขอบคุณนะ"
ในยามที่ข้าวของขาดแคลนเช่นนี้ ไม่มีใครไม่ชอบของกิน
ยิ่งเป็นขนมขบเคี้ยวด้วยแล้ว เธอเป็นคนกินง่าย แค่มีของกินก็ดีใจมากแล้ว
ฉินหยุนโจวชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มสดใสนั้นทำให้เขาเคลิ้ม
สวีซุ่ยหน้าตาสะสวยมาตลอด มีใบหน้างดงาม เขารู้ดีแก่ใจ แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้สึกว่าใบหน้าสวย ๆ ของอีกฝ่ายจะส่งผลอะไรกับเขา
แต่ตอนนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะถูกดึงดูดด้วยรอยยิ้มฉับพลันของเธอ เป็นสิ่งที่เมื่อก่อนไม่เคยเกิดขึ้น
ฉินหยุนโจวเบือนสายตา หลุบตาลงเพื่อซ่อนความรู้สึกในแววตา
"ตอนนี้ฉันดูแลตัวเองได้แล้ว คุณกลับไปเถอะ"
"โอเค งั้นฉันไปก่อนนะ" สวีซุ่ยถือของกินเต็มอ้อมแขน หน้ายิ้มตาหยี กล่าวลาฉินหยุนโจวเสร็จก็หมุนตัวเดินออกจากห้องผู้ป่วย
ฉินหยุนโจวเงยหน้ามองร่างนั้นค่อย ๆ ห่างไกลออกไป จนกระทั่งบานประตูห้องผู้ป่วยกั้นไว้จนลับตา
ทว่าในห้วงคิดของเขา ยังคงมีรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าสาวน้อยเมื่อครู่ฉายชัด
หลังจากออกจากโรงพยาบาลทหารมาแล้ว
พระอาทิตย์ยังไม่ตก ดวงอาทิตย์ยามเย็นสีส้มแดงระบายแต้มบนฟากฟ้า ส่องสว่างไปครึ่งท้องฟ้า
ของกินมีไม่น้อยเลย ในช่วงทุพภิกขภัยเช่นนี้ ชวนสะดุดตาเกินไป
สวีซุ่ยใช้ถุงผ้าใส่ของทุกอย่างจนหมด หิ้วกลับไปยังหอพักของวงดนตรีและศิลปะ
วันนี้ลาออกแล้ว หอพักจึงอยู่ต่อไม่ได้อีกแล้ว ในหอพักยังมีข้าวของของเธออีกไม่น้อย
โดยเฉพาะเสื้อผ้ากับรองเท้าเพียบเลย ไม่ใช่น้อย ๆ ของพวกนั้นล้วนลงทุนซื้อด้วยเงินไม่ใช่น้อย คิดเป็นเงินนับว่าเป็นจำนวนไม่น้อยทีเดียว
