เธอรีบเข้าไปดึงหวังอิ๋นฮวาไว้ “แม่ แม่ทำแบบนี้ไม่ได้นะ จินเป่ายังนอนอยู่บนเตียงคนไข้ เขายังต้องการแม่แท้ ๆ อย่างฉัน”
“แม่เลี้ยงที่ไหนจะดีเท่าแม่แท้ ๆ ล่ะ แม่ทำแบบนี้ไม่ได้นะ”
นี่ไม่ใช่บีบให้เธอตายหรือไง
ส่วนเรื่องย้ายออกจากบ้าน ยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่
ถ้าย้ายออกไปแล้ว ครอบครัวสามคนจะไปอยู่ที่ไหน ตอนนี้แทบไม่มีเงินติดตัวกันแล้ว ต่อให้มีเงินก็หาที่อยู่ไม่ได้ จะให้ไปนอนข้างถนนหรือไง
หวังอิ๋นฮวาสะบัดมือหลิวเฟิ่งออกอย่างแรง แล้วถอยหลังไปหลายก้าว “ไม่ต้องเรียกฉันว่าแม่ ฉันไม่มีลูกสะใภ้ที่ทั้งโง่ทั้งชั่วร้ายอย่างเธอ”
“ฉันดูแลครอบครัวพวกเธอสามคนมาตั้งหลายปี นับว่าทำให้พวกเธอมากพอแล้ว”
“คนอย่างพวกเธอ ฉันจะกล้าหวังให้มาเลี้ยงดูฉันตอนแก่ได้ยังไง พอฉันแก่จริง ๆ แค่พวกเธอสองสามีภรรยาไม่สนใจไยดีฉันก็นับว่าดีแล้ว ที่กลัวก็คือพวกเธอจะคิดทำอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ ให้ฉันตายเร็ว ๆ จะได้มีที่ให้พวกเธออยู่ จะได้ลดภาระลง”
“เหอเฉวียน รีบเลือกมา ถ้าไม่เลือก ฉันจะถือว่าเธอไม่คิดจะหย่าร้าง แค่อยากพาเมียกับลูกไสหัวออกจากบ้านไปเท่านั้น”
“แม่ แม่พูดอะไรแบบนั้นล่ะ พอแม่แก่แล้วพวกเราจะไม่สนใจแม่ได้ยังไง จะทำร้ายแม่ได้ยังไง แม่เข้าใจผิดแล้ว”
เหอเฉวียนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไม่อยากเลือกฝ่ายไหนทั้งนั้น เขารีบเรียกฉินหยุนโจวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ให้เข้ามา
“หยุนโจว ช่วยพูดดี ๆ กับแม่หน่อย ให้แม่ใจเย็นลงก่อน มีอะไรก็ค่อยนั่งลงคุยกัน”
