…
จัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว
หวังอิ๋นฮวาได้ถอนหายใจโล่งอกเสียที
แต่หลังจากนี้ก็ยังมีเรื่องให้ยุ่งอีกมาก แค่เรื่องขายตำแหน่งงานเพื่อเอาเงินไปรักษาหลานชาย ก็เร่งรีบไม่ได้
ถ้าอยากขายให้ได้เร็ว ราคาก็คงต้องลดลงบ้าง
อีกอย่าง ต่อให้เดินทางไปเมืองหลวงมณฑลด้วยรถไฟก็ยังต้องใช้เวลาไม่น้อย พอไปถึงเมืองหลวงมณฑลแล้วก็ยังมีเรื่องอีกมากที่ต้องจัดการ…
สรุปแล้ว ยังมีเรื่องให้ยุ่งอีกยาว
“หยุนโจว ซุ่ยซุ่ยไม่เป็นอะไรใช่ไหม” พอพูดถึงเรื่องที่ลูกสาวเกือบเกิดเรื่อง หวังอิ๋นฮวาก็นึกขึ้นได้ว่าหลิวเฟิ่งจงใจทำ เธอจึงโมโหมาก ทั้งขยะแขยงทั้งโกรธ
มีลูกสะใภ้แบบนี้ เธอคงโชคร้ายมาสักแปดชั่วโคตรแล้วจริง ๆ
พอจัดการเรื่องยุ่ง ๆ เหล่านี้ได้ชั่วคราว หวังอิ๋นฮวาก็ไม่อยากอยู่ในห้องพักคนไข้ต่อ ตอนนี้แค่เห็นสองคนนั้นก็รู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่ทั่วท้อง หงุดหงิดจนทนไม่ไหว
เธอจึงเรียกลูกเขยออกมา แล้วทั้งสองก็หาที่เงียบ ๆ คุยกัน
ฉินหยุนโจวพยักหน้า “ไม่เป็นไรครับแม่ ไม่ต้องเป็นห่วง”
“อ้อ เรื่องจินเป่า บางทีอาจมีวิธีรักษาโดยไม่ต้องไปเมืองหลวงมณฑลก็ได้ครับ”
หวังอิ๋นฮวาชะงักไป รีบถามต่อทันที “วิธีอะไรเหรอ หยุนโจว รีบบอกแม่มาเร็ว”
ลูกชายจะไม่เอาไหนแค่ไหน ลูกสะใภ้จะไม่น่ารักแค่ไหนก็ช่าง
แต่หลานชายก็เป็นสายเลือดแท้ ๆ ของเธอ
อย่าดูว่าจินเป่าเป็นลูกแท้ ๆ ของหลิวเฟิ่ง แต่ไม่รู้หลิวเฟิ่งเป็นบ้าอะไร ถึงดีกับจินเป่าบ้างร้ายบ้าง จนเด็กไม่ค่อยสนิทกับแม่ตัวเอง
มีพ่อแม่แบบนั้น จินเป่าก็น่าสงสาร
มีพ่อแม่แบบนี้ สู้แยกทางกันไปให้สิ้นเรื่องยังจะดีกว่า
