พอพูดถึงเรื่องนี้ ฉินหยุนโจวก็หันไปมองหลิวเฟิ่งเช่นกัน ดวงตาดำสนิทลึกล้ำของเขาเย็นชาลง น้ำเสียงก็เย็นเยียบขึ้นหลายส่วน
“พี่สะใภ้ใหญ่ วันนี้นอกจากผมจะมาเยี่ยมจินเป่าแล้ว ยังมีอีกเรื่องที่อยากถามพี่ ทำไมพี่ถึงชนสวีซุ่ย?”
“เธอเดินกลับบ้านอยู่ดี ๆ ไม่ได้ขวางทางพี่ตรงไหน แถมยังไม่เห็นพี่ด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงว่าจะไปทำอะไรให้พี่ไม่พอใจเลย”
“ถนนก็กว้างขนาดนั้น ทำไมพี่ถึงพุ่งไปชนเธอได้?”
เช้าวันนี้ ตอนเขาออกจากบ้านและเดินผ่านประตูบ้านรวมในตรอกใหญ่
เขาจงใจหยุดดูบริเวณที่สวีซุ่ยเกือบล้มอย่างละเอียด
สวีซุ่ยเดินชิดขอบถนนอยู่แล้ว ไม่มีทางไปขวางทางใครได้
ตามปกติแล้ว ต่อให้คนที่เดินตามหลังมาไม่มองทาง โอกาสที่จะชนสวีซุ่ยก็ยังมีน้อยมาก
ถ้าตรงริมทางไม่ได้มีกำแพงอยู่พอดี แถมสวีซุ่ยยังไหวตัวทัน เกรงว่าเมื่อวานคงเกิดเรื่องใหญ่ไปแล้ว
ถ้าเป็นอุบัติเหตุ เป็นเพราะไม่ระวัง
หากไม่ได้เกิดเรื่องร้ายแรงอะไร ฉินหยุนโจวก็ไม่อยากถือสาหาความในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้
แต่เมื่อดูจากร่องรอยทั้งหมดแล้ว
เรื่องนี้มีความเป็นไปได้สูงมากว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการจงใจ พูดให้ร้ายแรงกว่านั้น หากเมื่อวานสวีซุ่ยไหวตัวไม่ทัน อาจมีคนตายหลายคนก็ได้
การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่แค่ความขัดแย้งเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องใหญ่ที่อาจทำให้คนตายได้
“ฉัน ฉัน...ไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย ก็จินเป่าเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนั้น ฉันร้อนใจเกินไป ไม่ทันมองทาง เลยเผลอชนเข้า”
