สวีซุ่ยไม่ลนลาน เธอห้ามฉินหยุนโจวที่กำลังจะขยับมาขวางหน้าไว้ แล้วถอยหลังไปสองสามก้าว ก่อนจะตะโกนไปทางบ้านติดกัน
“แม่คะ มีคนรังแกหนู”
วินาทีถัดมา
“เฮ้ เซียวเฟิน นังตัวดี แกด่าใครน่ะ กล้ารังแกลูกสาวฉัน อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วหรือไง”
หวังอิ๋นฮวาได้ยินเสียงดังเอะอะก็วิ่งออกมาจากบ้านติดกัน พุ่งเข้าไปกระชากผมเซียวเฟิน แล้วฟาดฝ่ามือตบหน้าอีกฝ่ายฉาด ๆ หลายที จนเซียวเฟินตาลายพร่า ก่อนจะมืดวูบไปทั้งสองข้าง
แค่นี้ยังไม่หายแค้น
หวังอิ๋นฮวาตะเบ็งเสียงตะโกน “มาสิ ทุกคนมาดูกันเร็ว คู่แต่งงานใหม่เพิ่งกลับจากกองทัพแท้ ๆ เซียวเฟินที่เป็นพี่สะใภ้ก็เริ่มก่อเรื่องแล้ว เธอคงอยากให้คู่แต่งงานคู่นี้อยู่กันอย่างไม่มีความสุข ส่วนตัวเองถึงจะสบายใจสินะ”
“มีพี่สะใภ้ที่ชอบหาเรื่องและใจร้ายแบบนี้ ต่อไปลูกสาวฉันจะอยู่ในตระกูลฉินยังไงก็ไม่รู้”
“ตระกูลสวีของเราไม่มีอะไรอื่น แต่ห้องสักห้องก็ยังจัดหาให้ได้ ถ้าตระกูลฉินยังกล้ารังแกลูกสาวฉัน อย่างมากก็กลับไปอยู่บ้านเดิมของฝ่ายหญิง”
ไม่นานก็มีเพื่อนบ้านมามุงดูเรื่องสนุกกันไม่น้อย ต่างชี้ไม้ชี้มือใส่เซียวเฟินที่ถูกซ้อมจนหน้าบวมเหมือนหัวหมู
ตอนนั้นเอง ยายฉินที่แต่เดิมไม่คิดจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องวุ่นวายพวกนี้ เห็นว่าลามมาถึงตระกูลฉินแล้ว จึงจำต้องออกมาช่วยไกล่เกลี่ย
“อิ๋นฮวา พอแล้ว ๆ ก็แค่พี่สะใภ้กับน้องสะใภ้เถียงกันไม่กี่คำ พวกเธอก็ตีเขาแล้ว ด่าก็ด่ากันแล้ว”
“ต่อไปเธอจะไม่ทำอีกแล้ว เรื่องนี้ก็ให้จบแค่นี้เถอะ”
“ซุ่ยซุ่ยก็ไม่ได้เป็นอะไร คู่แต่งงานคู่นี้ยังจะไปบ้านตระกูลสวีพร้อมกับพวกเธอด้วยนี่”
