“ก็ควรออกไปเดินเล่นบ้าง ขยับร่างกายเสียหน่อย” เซียวเฟินมองผ้าเดรสที่สวีซุ่ยสวมอยู่ แววตาเต็มไปด้วยความอิจฉา ในใจกำลังคิดว่า หรือเธอจะไปซื้อสักตัวดีนะ
กัดฟันสักหน่อย เงินสิบกว่าหรือยี่สิบหยวนก็พอจะควักออกมาได้ ซื้อผ้าเดรสราคาถูกหน่อยสักตัวก็พอ ช่วงนี้อากาศค่อย ๆ ร้อนขึ้นพอดี ใส่เสื้อผ้าแบบนี้คงเย็นสบายกว่า
พูดไปแล้ว เธออายุสามสิบกว่าปี แต่ยังไม่เคยใส่ผ้าเดรสสักตัว ได้แต่มองคนอื่นสวมแล้วอิจฉาที่พวกเขามีชีวิตดี
คิดถึงตรงนี้ เซียวเฟินหมุนตัวหนึ่งรอบตรงหน้าสวีซุ่ย แล้วถามอย่างประหม่าเล็กน้อยว่า “ซุ่ยซุ่ย เธอว่าพี่เหมาะกับการใส่ผ้าเดรสไหม”
“เธอว่าพี่ไปซื้อสักชุดที่ร้านสหกรณ์ดีไหม”
เงินที่ฉินหมินได้รับในแต่ละเดือน หลังหักส่วนที่ให้ยายและเงินค่าใช้จ่ายในบ้านแล้ว ก็ยกให้เธอทั้งหมด เมื่อหักค่ายาที่ซื้อให้ฉินหมินทุกเดือนออกไป ก็ยังเหลืออยู่บ้าง น่าจะพอซื้อผ้าเดรสได้สักตัว
สวีซุ่ยมองเซียวเฟินแล้วยิ้ม “พี่สะใภ้ใหญ่ชอบก็ซื้อได้เลยค่ะ”
ทุกคนมีสิทธิ์สวมเสื้อผ้าที่ตัวเองชอบ ไม่มีคำว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ ขึ้นอยู่กับว่าชอบหรือไม่ชอบเท่านั้น
เซียวเฟินลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอลูบเอวตัวเอง ทั้งที่เกิดทุพภิกขภัยมาหลายปีและเธอก็อดอยากมานาน ทำไมเอวถึงยังหนาขนาดนี้นะ สวีซุ่ยเพิ่งคลอดลูกแท้ ๆ แต่เอวของเธอกลับใหญ่กว่าอีกฝ่ายเกือบสองเท่า
ซื้อผ้าเดรสกลับมาแล้วมันจะไม่ปริแตกเสียก่อนหรือ
“ซุ่ยซุ่ย เธอว่าหุ่นอย่างพี่จะใส่ได้ไหม”
