ฉินหยุนโจวค่อย ๆ สงบสติอารมณ์ลง เขาชะงักฝีเท้า แม้จะพยายามข่มไว้ แต่น้ำเสียงก็ยังเจือความร้อนใจอยู่ไม่น้อย
“พี่เกา คนที่กำลังเดินมาทางนี้ข้างหน้าคือภรรยาผม เธอกำลังตั้งครรภ์ รบกวนพี่ช่วยอย่าให้ใครชนเธอเป็นอันขาดนะครับ”
พอได้ยินเช่นนั้น เกาหมิงก็เข้าใจทันที ที่แท้เขากลัวว่าภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์จะถูกชน
“วางใจเถอะ ไม่มีทางปล่อยให้น้องสะใภ้เป็นอะไรหรอก รออยู่ตรงนี้อย่างสบายใจได้เลย” เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารัว ๆ แล้วรีบวิ่งออกไป
ฉินหยุนโจวเห็นกับตาว่าเกาหมิงวิ่งเร็วมาก ไม่นานก็จับหลิวเฟิ่งที่กำลังจะวิ่งเข้าใกล้สวีซุ่ยไว้ได้
ฉินหยุนโจวถึงได้โล่งอก โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขาค้ำไม้เท้าเดินเข้าไป
อีกด้านหนึ่ง
หลิวเฟิ่งยังไม่ทันเข้าใกล้สวีซุ่ยเท่าไร ก็ถูกเกาหมิง หัวหน้ากองตำรวจที่สวมเครื่องแบบและไล่ตามมาทัน จับแขนทั้งสองข้างไพล่หลังไว้เสียแล้ว
“หยุด อย่าขยับ”
“กลางวันแสก ๆ ยังกล้าปล้นคนกลางถนน ใจกล้าไม่เบาเลยนะ”
สวีซุ่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นเหตุการณ์พอดี เธอแปลกใจเล็กน้อย คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปดูสถานการณ์
ตอนนั้นเอง หวังอิ๋นฮวาที่วิ่งไล่ตามคนมาอยู่ข้างหลังก็วิ่งมาถึง เธอวิ่งไปหาสวีซุ่ยแล้วรีบดึงตัวเธอสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“ซุ่ยซุ่ย เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม หลิวเฟิ่งไม่ได้บ้าคลั่งพุ่งชนเธออีกใช่ไหม”
เมื่อครู่เธอมองเห็นลูกสาววิ่งมาทางนี้แต่ไกล
หัวใจของเธอแทบจะกระดอนออกมานอกอก กลัวเหลือเกินว่าหลิวเฟิ่งสารเลวนั่นจะพุ่งชนลูกสาวของเธออีก
