แม้หลิวเฟิ่งจะไม่เต็มใจเพียงใด สุดท้ายก็ยังถูกวิธีการของหวังอิ๋นฮวาขู่จนกลัว จำต้องไปที่โรงงานทอผ้าเพื่อจัดการเรื่องโอนงานอย่างว่าง่าย
ตั้งแต่แต่งงานเข้ามาในบ้านนี้ เธอก็รู้แล้วว่าแม่สามีไม่ใช่คนที่ใครจะหาเรื่องได้ง่าย ๆ
ดังนั้น เวลาเห็นแม่สามีเอาของดี ๆ ไปให้สวีซุ่ยอยู่เสมอ เธอจึงไม่กล้าบ่นมากนัก แม้แต่เรื่องที่เมื่อก่อนสวีซุ่ยรังแกจินเป่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งยังคอยจับผิดเธอ
เธอก็ไม่เคยเอาเรื่องไปฟ้องหวังอิ๋นฮวา
เพราะถ้าหวังอิ๋นฮวารู้เข้า แม่สามีก็มีแต่จะตำหนิเธอที่เป็นพี่สะใภ้ว่าไม่รู้จักวางตัว ซ้ำยังอาจกระทบต่อสถานะของเธอในบ้านนี้ด้วย
จะว่าไป บ้านนี้หวังอิ๋นฮวาเป็นคนตัดสินใจ เธอไม่ชอบใคร ก็มีความสามารถพอจะไล่คนนั้นออกจากบ้านได้จริง ๆ
ไม่คิดเลยว่าเธอจะอดทนกล้ำกลืนมานานขนาดนี้ แถมยังคลอดหลานชายคนโตให้หวังอิ๋นฮวา สุดท้ายกลับต้องลงเอยเช่นนี้เพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เพียงไม่กี่เรื่อง
ไม่นาน บ่ายวันหนึ่งก็ผ่านไป
เรื่องงานจัดการเรียบร้อยสมบูรณ์แล้ว
เถียนฮวาได้เป็นลูกจ้างชั่วคราวของโรงงานทอผ้าอย่างเป็นทางการ ขอแค่เธออยากไปทำงาน พรุ่งนี้ก็เริ่มงานได้เลย
ว่าไปแล้ว เดือนนี้ก็ใกล้จะสิ้นเดือนเต็มที
เธอเริ่มงานพรุ่งนี้ อีกไม่กี่วันก็จะได้รับเงินเดือนของเดือนนี้แล้ว
เงินเดือนสมัยนี้ไม่ได้คำนวณตามจำนวนวันที่ทำงานจริง ขอแค่ได้ทำงานในเดือนนั้น ไม่ว่าจะทำกี่วันก็ได้รับเงินเดือนเต็มเดือน
พอออกจากโรงงานทอผ้ามา
เถียนฮวาก็ตื่นเต้นจนอดไม่ไหว รีบเข้าไปกอดแขนยายฉิน ดวงตาแดงก่ำ “แม่ ฉัน...ฉันมีงานทำแล้วจริง ๆ ขอบคุณนะแม่”
