ยายฉินกวาดตามองสวีซุ่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า มองซ้ายทีขวาที
“ชุดนี้ราคาไม่ถูกใช่ไหม ยายได้ยินคนอื่นพูดว่าชุดที่เธอใส่เรียกว่าเสื้อเลนิน เป็นแฟชั่นมากในเมืองใหญ่ ชุดหนึ่งราคาเท่ากับเงินเดือนทั้งเดือนของยายเลยนะ”
“มีธุระอะไรถึงต้องแต่งตัวสวยขนาดนี้ ออกไปทั้งวันเลย เล่าให้ยายฟังหน่อยสิ”
ในเขตบ้านพักแห่งนี้มีพนักงานโรงงานทอผ้าอาศัยอยู่ตั้งมากมาย แต่เธอกลับไม่เคยได้ยินข่าวเรื่องโรงงานทอผ้ารับสมัครงานเลยสักนิด
ถึงหวังอิ๋นฮวาจะมีความสามารถอยู่บ้าง แถมยังเป็นหัวหน้ากลุ่มเล็ก ๆ ในโรงงานทอผ้า แต่ข่าวการรับสมัครงานแบบนี้ จะมีแค่เธอคนเดียวที่รู้ได้อย่างไรกัน
สวีซุ่ยชะงักไปเล็กน้อย มองยายเฒ่าตรงหน้าอย่างคลางแคลงใจ
“ยายไปได้ยินข่าวพวกนี้มาจากไหนคะ”
“ยายคงไม่ได้ไปสืบข่าวนี้มาเองหรอกใช่ไหมคะ”
เธอเพิ่งกลับมาถึง ยายคนนี้ก็ลากเธอมาตรงนี้แล้วซักไซ้ไม่หยุด เดี๋ยวถามเรื่องชุด เดี๋ยวถามว่าเธอไปไหนมา
มองอย่างไรก็มีพิรุธ
ยายฉินยิ้มเจื่อน ๆ รีบโบกไม้โบกมือ “ไม่มี ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอก”
“เมื่อกี้ยายแค่บังเอิญเจอคนรู้จัก เขาพูดขึ้นมาสองสามคำ บอกว่าเช้านี้เธอไม่ได้ไปแค่โรงงานทอผ้า แต่ยังไปโรงเก็บเสบียงด้วย ดูเหมือนจะไปสอบคัดเลือกงาน”
“ซุ่ยซุ่ยจ๋า เธอได้ข่าวมาจากไหน ทำไมไม่บอกคนที่บ้านสักคำล่ะ”
พอได้ยินเช่นนั้น สวีซุ่ยก็จับพิรุธได้ทันที วันนี้เธอไปตั้งหลายที่ จะมีคนรู้จักคนไหนบังเอิญเจอเธอทุกที่ได้พอดีกัน ต่อให้บังเอิญแค่ไหนก็ไม่มีทางบังเอิญถึงขนาดนี้
