ช่วยมนุษยชาติ ต้องพึ่งเหล่าสวี่งั้นเหรอ?
ความตลกของประโยคนี้พอ ๆ กับคำว่า ‘จอมพลังมีภาพลักษณ์เป็นอสูร’ เลยทีเดียว
พวกเราก็เป็นไก่อ่อนอายุเป็นพันปีเหมือนกันทั้งนั้น จะพูดถึงวันพฤหัสบ้าคลั่งอะไรกันนักหนา?
หลังวางสายจากจ้าวเฉียน เหล่าสวี่ก็ตกอยู่ในความเงียบ
เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอะไรได้บ้าง แต่ในเมื่อถูกผลักมาถึงขั้นนี้แล้ว อย่างไรก็คงต้องทำอะไรสักอย่างกระมัง?
ตามที่จ้าวเฉียนบอก คนที่มีความเกี่ยวข้องกับเซียวเหยาในตอนนี้แบ่งออกเป็น 2 พวก
พวกหนึ่งคือคนอย่างเสวียเหมิง เซี่ยเหวินหนาน และอิ่งสอง ที่ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาและทำตามใจตัวเอง
แล้วก็บังเอิญไปเจอเซียวเหยาเข้า
อีกพวกหนึ่งก็คือ...กรมป้องกันเมือง
มีท่านสองอิ่งอยู่ เซียวเหยาจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องข้องเกี่ยวกับกรมป้องกันเมือง
สวี่ชิงเฟิงคิดไปคิดมา ก็ตัดสินใจว่าจะไปเสี่ยงโชคที่กรมป้องกันเมืองในภายหลัง
ก่อนหน้านั้น เขาลองคิดอย่างจริงจังว่ายังมีอะไรที่อยากทำอีกบ้าง
ใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดาสักคน...
ความปรารถนาในอดีตของสวี่ชิงเฟิงคือไปเป็นพ่อครัวบาร์บีคิวบนชายหาด
สวี่ชิงเฟิงหยิบกระเป๋าสตางค์ของตัวเองออกมา
คราวนี้เขาถึงนึกได้ว่าตัวเองยกเงินทั้งหมดให้กับอิ่งสองไปแล้ว
ถึงไม่มีเงิน แต่สวี่ชิงเฟิงก็มีฝีมือทำของใช้เองไม่เลว
เขาหาไม้ไผ่ที่เหมาะ ๆ มาท่อนหนึ่ง แล้วลงไปงมเอาเส้นเอ็นตกปลาจากแม่น้ำมาทำเป็นคันเบ็ดแบบง่าย ๆ เตรียมตกปลาเอาวัตถุดิบสักหน่อย
สายลมพัดผ่านผิวน้ำ สวี่ชิงเฟิงง่วงจนตาปรือ คิดว่าวันนี้คงต้องแห้วอีกตามเคย
