หมูน้อยนำโชคงั้นเหรอ?
หรือว่าจะเป็นบรรพชนโลหิต?
กายอินกับเดรากูลาส่ายหน้าพร้อมกัน สีหน้าเต็มไปด้วยความต่อต้าน
“เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!”
พวกเขาทำใจยอมรับไม่ได้ว่าบรรพชนโลหิตกลายเป็นหมู
แต่ถึงอย่างนั้น
ข้อเท็จจริงตามความเป็นจริง ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามเจตจำนงส่วนตัวของคน ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ตามธรรมชาติของการพัฒนาสรรพสิ่ง
เย่ไป๋มองแวมไพร์สองตนที่ดิ้นรนอย่างไร้เรี่ยวแรงแล้วรู้สึกทั้งขำทั้งสงสาร
ก่อนหน้านี้ตอนคุยกับจ้าวเฉียน เย่ไป๋ได้รู้ว่า
หนึ่งในเรื่องที่เซียวเหยาคิดอยู่เสมอคือ
ผีเสื้อของเตี๋ยเมิ่งเซียวเหยา ถูกเซียวเหยามองว่าเป็นร่างอวตารของต้นกำเนิดโลก
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง
โลกในสายตาของเซียวเหยาอาจแตกต่างจากโลกที่คนทั่วไปมองเห็น
เซียวเหยามีความสามารถมองทะลุแก่นแท้ของสรรพสิ่งได้ในพริบตา
หากคิดต่อไปตามแนวทางนี้
เซียวเหยาเห็นแวมไพร์แล้วคิดว่าอีกฝ่ายอาจเป็นหมู
นี่ไม่ใช่การด่าแวมไพร์ เย่ไป๋รู้ว่าเซียวเหยาไม่ทำเรื่องน่าเบื่อแบบนั้น
แต่เป็น...การบอกเล่าข้อเท็จจริง
ในสายตาของเซียวเหยา แก่นแท้ของแวมไพร์ก็คือหมู
แวมไพร์ทุกตัวล้วนมีเงาหมูตัวน้อยให้เห็น ณ ปลายสุดของแม่น้ำโลหิตในสายตาของท่าน
พูดอีกอย่างก็คือ แวมไพร์ที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างบรรพชนโลหิตผู้หายตัวไป อาจกลายเป็นหมูแล้ว!
เย่ไป๋ไม่ใช่คนเดียวที่เข้าใจข้อสันนิษฐานนี้
กายอินกับเดรากูลา สองผู้เสียหายเองก็พอจะเดาอะไรออกมาบ้างแล้ว
แต่!
ให้ตายพวกเขาก็ไม่มีวันยอมรับเด็ดขาด!
บรรพชนโลหิตกลายเป็นหมูงั้นเหรอ?
