“ฉันรักเธอ”
ชายหนุ่มผมดำเขียนประโยคนี้ลงบนกระดาษ
ดูออกว่าเขาประหม่าอยู่บ้าง แม้จะเขียนไม่ผิดสักตัว แต่ลงน้ำหนักมือแรงเกินไป หมึกซึมทะลุกระดาษ หยดลงบนโต๊ะ
ชายหนุ่มแซ่เย่ ชื่อไป๋
เป็นชื่อที่พบได้ทั่วไปและจำง่าย
ชายหนุ่มมีอารมณ์ขัน คนที่ได้อยู่ด้วยมักรู้สึกสนุกอย่างจริงใจ
แต่เรื่องนั้นไม่เกี่ยวอะไรกับข้อความที่เขาเขียนลงบนกระดาษเลย
เพราะตอนเย่ไป๋เขียนคำสามคำนี้ นอกจากความประหม่าแล้ว เขายังจดจ่อและจริงจังอย่างยิ่ง
เพราะจริงจัง เขาถึงได้ประหม่า
เขาไม่มีวันหลอกลวงความรู้สึกใครง่าย ๆ ยิ่งไม่มีทางใช้คำพูดแบบนี้ไปหลอกอีกฝ่าย
ความโลภค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในดวงตาของเย่ไป๋
อารมณ์เช่นนี้ก็เป็นเรื่องปกติ
ความรักมักมาพร้อมความปรารถนาจะครอบครอง เมื่อรักใครก็ย่อมอยากครอบครองทุกสิ่งของอีกฝ่าย ความโลภนั้นสมเหตุสมผล มีเพียงความโลภเท่านั้นที่แสดงให้เห็นว่าเย่ไป๋ให้ความสำคัญกับอีกฝ่ายเพียงใด
เย่ไป๋กำปากกาแน่น เขียนต่อไปว่า
“ฉันรู้ว่าหลายคนเข้าใจเธอผิด บางคนเห็นเธอเป็นสิ่งไร้ค่า บางคนปรารถนาแต่ไม่ได้ครอบครอง บางคนปากบอกว่าเกลียด แต่ในใจกลับคิดถึงเธอทุกเรื่อง ผู้คนทั่วหล้าชื่นชมเธอ ด่าทอเธอ เหยียดหยามเธอ ทะนุถนอมเธอ และทำลายเธอ...แต่เธอกลับไม่พูดอะไร อดทนแบกรับทุกอย่างเงียบ ๆ”
“มีแค่ฉันที่รู้ทุกเรื่องของเธอ ทั้งประสบการณ์และความลำบากที่เธอต้องเผชิญ...”
“ฉันบรรยายความหลงใหลที่มีต่อเธอเป็นคำพูดไม่ได้ เชื่อฉันเถอะ ฉันไม่เคยมีความรู้สึกรุนแรงขนาดนี้มาก่อน ไม่มีใครเทียบความรู้สึกที่ฉันมีต่อเธอได้...”
