จ้าวเผิงส่งเสียงฮึดฮัด กัดฟันกรอด
“เห็นไหม? นี่มันจับตัวเรียกค่าไถ่ชัดๆ”
“เอาหน้าพ่อตัวเองมาขู่!”
เย่เฉินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลาสติกคุณภาพแย่ ยิ้มสดใส
“ให้มันขู่ไป”
“ไปกินข้าวโรงแรมอิ๋งปิน ก็ออกจะน่าสนุกดี”
ความทรงจำจากชาติก่อนพรั่งพรูในหัว
เดือนมิถุนายน 2010 เกิดข่าวเล็กๆในอำเภอ
เจ้าของโรงแรมอิ๋งปินติดหนี้พนันบอลก้อนโตจนชิ่งหนี
ห่วงโซ่อุปทานพังครืน ครัวหลังใช้แต่วัตถุดิบเส็งเคร็งอย่างเนื้อหมูตายและน้ำมันกากหมูหลอกลูกค้า
นับเวลาดู ก็น่าจะเป็นสองวันนี้แหละ
หลี่เฮ่าเลือกเวลานี้ไปอวดเบ่งที่โรงแรมอิ๋งปิน ไม่ต่างอะไรกับคนแก่แดนสวรรค์แดนยืนยาวจะกินสารหนู
จ้าวเผิงกัดปีกไก่ เผ็ดจนต้องสูดลมหายใจ
“ที่จริงฉันก็อยากไปนะ ต่อไปต่างคนก็ต่างไป อยู่กันพร้อมหน้าก็น้อยลงทุกที”
เขาลดเสียง เอนเข้าหาเย่เฉิน
“แต่ฉันว่าตาเสี่ยวหลี่เฮ่านี่มันต้องมีลูกไม้อะไรแน่ มันต้องฉวยโอกาสมื้อนี้เล่นนายแน่”
เย่เฉินพยักหน้า ตบมืออย่างรู้ทัน
“ดี ยินดีด้วย ในที่สุดสมองนายก็เริ่มโตแล้ว”
จ้าวเผิงแทบขว้างกระดูกไก่ใส่หน้า
“เฮ้ยเฉิน ปากนายนี่ทำไมปากร้ายขึ้นทุกวันเลยวะ?”
“สอบเกาเข่าปลดปล่อยสัญชาตญาณ ก็ช่วยไม่ได้นี่”
