ได้ยินดังนั้น เย่เฉินไม่ได้โกรธ กลับฉีกยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวเป็นแถว
“ไอ้อ้วน ฟ้าไม่ถล่มหรอกน่า” เขาคว้ากระป๋องน้ำอัดลมแช่เย็นบนโต๊ะมากรอกเข้าปากอึกใหญ่ ก่อนจะเรอออกมาอย่างสบายใจ “ในเมื่อมีคนรนหาที่เป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวโดยสมัครใจ เรากินฟรีดื่มฟรีมันจะไม่หอมกว่านี้หรือไง”
จ้าวเผิงร้อนรนจนลุกลี้ลุกลนอยู่ข้าง ๆ “เฮียเฉิน จะพูดอย่างนั้นได้ไง! ห้องหมู่ตานโรงแรมอิ๋งปินค่าบริโภคไม่เบานะ มื้อนึงก็สองสามพันได้ หลี่เฮ่าหมอนั่นจะเล่นใหญ่แน่ ตอนนั้นเราจะเอาอะไรตอกกลับละ? จะนั่งตาเหลือกปล่อยให้มันกระทืบหรือไง”
“บอกว่าแกโง่ แกยังจะเถียงอีก” เย่เฉินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลาสติก แววตาเจ้าเล่ห์ฉายแวบ
ตามเวลาที่คาดไว้ พรุ่งนี้เย็นเป็นจังหวะที่กรมอนามัยจะเข้าตรวจสอบแบบไม่ทันตั้งตัว แล้วปิดร้านเถื่อนนั่นพอดิบพอดี!
ในชาติก่อน ยังมีพวกโชคร้ายอีกสองสามคนที่กินเสร็จแล้วต้องหามส่งโรงพยาบาลล้างท้อง
หลี่เฮ่าดันเลือกเวลานี้มาอวดรวยที่โรงแรมอิ๋งปิน แถมยังรับปากจะจ่ายเองทั้งหมด?
นี่มันเบื่อชีวิตตัวเองนักหรือไง วิ่งเข้าใส่หน้าปากกระบอกปืน แถมยังตะโกนอีกว่า “ค่ำคืนนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมด จัดการเอง”
เย่เฉินปัดเศษเครื่องปรุงบาร์บีคิวที่มือออก ลุกขึ้นโอบคอจ้าวเผิง ยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างไม่แคร์โลก “พอแล้ว เก็บหัวใจใส่ไว้ในอกเถอะ! เย็นวันพรุ่งนี้เราไม่ต้องทำอะไร แค่พกปากไปกินฟรีก็พอ”
