เสียงร้องของไป๋หลูทำให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านเงียบกริบในทันที
นางพูดไม่ผิด หากหลิวเฉียงกับพวกอีกสองคนเป็นคนเลว ฟ่านเต๋อเปียวก็เป็นคนชั่ว
ชั่วร้ายสุดขีด
ที่จริงแล้วหลิวเฉียงกับพวกอีกสองคนเป็นได้แค่ลูกน้องของฟ่านเต๋อเปียวเท่านั้น
เงินที่พวกมันรีดไถจากชาวบ้านไป ส่วนใหญ่ต้องเอาไปส่งให้ฟ่านเต๋อเปียว
เพราะฉะนั้น ตราบใดที่ฟ่านเต๋อเปียวไม่ถูกกำจัด หมู่บ้านเทียวปี้ก็ไม่มีวันสงบสุข
“คุณตำรวจครับ ฟ่านเต๋อเปียวก็ทำเรื่องเลวร้ายไว้มากมาย แถมยังฆ่าเก่อต้าจ้วงคนในหมู่บ้านเราอีก รบกวนจับมันด้วยนะครับ”
จางฟานพยักหน้าให้ไป๋หลูอย่างหนักแน่น ก่อนหันไปพูดกับตำรวจ
“ฟ่านเต๋อเปียวยังมีคดีอื่นอีกเหรอ?”
ตำรวจอาวุโสคนหนึ่งขมวดคิ้วแล้วถามว่า “พวกคุณมีหลักฐานว่าเขาฆ่าคนไหม?”
จางฟานชี้ไปยังหลิวเฉียงในรถตำรวจ “เมื่อกี้เขาเพิ่งพูดออกมาเอง ใช้เป็นพยานได้ครับ”
“เอาละ เรื่องนี้รอให้พวกเรากลับไปสอบสวนก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ตำรวจอาวุโสพยักหน้าแล้วพูดว่า “คุณก็ไปกับพวกเราด้วย เพื่อให้ปากคำ”
จางฟานไม่พูดอะไรสักคำ แล้วขึ้นไปนั่งในรถตำรวจด้วย
เมื่อมองรถตำรวจแล่นจากไป ชาวบ้านก็ยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ยอมแยกย้ายกันไปเสียที
วันนี้จางฟานได้ประทับภาพลึกซึ้งไว้ในใจของพวกเขาทุกคน
เขายังเป็นหนอนหนังสือคนเดิมที่ใครจะรังแกก็ได้เสียที่ไหน?
เห็นชัด ๆ ว่าเขากลายเป็นเทพสังหารไปแล้ว
โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว!
ลงมือทีเดียวก็เป็นกระบวนท่าเด็ด ไม่เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้พลิกสถานการณ์แม้แต่น้อย
แต่เรื่องที่จางฟานกำจัดภัยร้ายทั้งสามก็แพร่ไปถึงหูฟ่านเต๋อเปียวที่อยู่ในตัวเมืองอย่างรวดเร็ว
