“ฉัน... ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น มี... มีคนไข้ฉุกเฉิน...”
จางฟานปล่อยมือจากปากกวนเสี่ยวถง หล่อนก็อ้ำอึ้งแต่งข้อแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นขึ้นมา
“คนไข้ฉุกเฉินต้องใช้กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขนาดนี้ด้วยเหรอ?”
จางฟานยังคงยิ้ม ก่อนจะเตะกระเป๋าเดินทางกลับเข้าไปใต้เตียงอีกครั้ง
“คนไข้ฉุกเฉินคราวนี้อาการค่อนข้างซับซ้อน ต้องใช้เครื่องมือกับยาค่อนข้างเยอะ...”
กวนเสี่ยวถงฝืนยิ้มออกมาอย่างน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้น
ทันใดนั้น หล่อนก็ออกวิ่งไปทางประตู
แต่หล่อนประเมินความเร็วในการตอบสนองของจางฟานต่ำเกินไปมาก
เท้าข้างหนึ่งของหล่อนเพิ่งก้าวออกไป จางฟานก็คว้าแขนหล่อนไว้แล้วสะบัดเบา ๆ
“อ๊ะ!”
กวนเสี่ยวถงร้องเสียงหลง ก่อนจะถูกสะบัดลงบนเตียง
ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นนั่ง จางฟานก็โถมเข้าหาแล้วกดทับร่างหล่อนไว้
“ช่วย...”
หล่อนเผลอคิดจะร้องขอความช่วยเหลือ
แต่ยังไม่ทันได้ร้องออกมา มือใหญ่ของจางฟานก็บีบลำคอระหงของหล่อนไว้แน่น ขณะเดียวกันมีดสั้นเย็นเยียบที่เปื้อนกลิ่นคาวเลือดก็จ่ออยู่ตรงลำคอแล้ว
กวนเสี่ยวถงสะดุ้งเฮือกด้วยความกลัว รีบยกมือปิดปากตัวเอง แล้วมองจางฟานที่อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือด้วยความหวาดผวา ใบหน้าของเขาเย็นชาไร้อารมณ์
หล่อนไม่กล้าขยับแม้แต่น้อย
ทั้งชีวิตนี้ หล่อนไม่เคยหวาดกลัวถึงเพียงนี้มาก่อน
ความเจ็บแปลบจากปลายมีดที่จ่อคอ กับความเย็นเยียบที่เสียดแทงถึงกระดูก ทำให้ร่างทั้งร่างของหล่อนแข็งทื่อราวกับน้ำแข็ง
“เสี่ยว... เสี่ยวฟาน นี่คุณจะ... จะทำอะไร...”
