“พรืด!”
พอหลี่ตงพูดจบ เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งก็หลุดหัวเราะออกมา
ในบรรดาคนที่นั่งอยู่ นอกจากเจียงซูอิ้งแล้ว แทบทุกคนต่างรู้ความสัมพันธ์ระหว่างจางฟานกับเถียวเสี่ยวเวย และรู้ด้วยว่าทั้งคู่หย่ากันแล้ว
ทุกคนบนโต๊ะจึงมองจางฟานอย่างสนอกสนใจ อยากเห็นว่าในสถานการณ์แบบนี้เขาจะกระอักกระอ่วนขนาดไหน
แต่จางฟานกลับนั่งลงอย่างสง่าผ่าเผย แถมยังยิ้มให้เถียวเสี่ยวเวย ก่อนถามอย่างสบาย ๆ ว่า “เป็นยังไงบ้าง ไปดูตัวแล้วเจอคนที่ถูกใจหรือยัง?”
“นาย...”
เถียวเสี่ยวเวยจ้องจางฟานเขม็งด้วยความโมโห แต่กลับพูดอะไรไม่ออก
นี่มันรู้ว่าเจ็บตรงไหน ก็จงใจแทงตรงนั้นชัด ๆ!
ไอ้สารเลว!
ถ้าไม่ใช่เพราะนายไปนอนกับแม่คนอื่น ป่านนี้ฉันคงกลายเป็นเศรษฐีนีไปแล้ว
พอเหลือบมองหยางตี๋ที่นั่งอยู่อีกฝั่ง แล้วนึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างจางฟานกับแม่ของเขา เธอก็รู้สึกอึดอัดคับข้องใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“ฉันมีธุระ ขอตัวก่อน!”
เถียวเสี่ยวเวยผุดลุกขึ้นทันที ถลึงตาใส่จางฟานอย่างดุดัน ก่อนเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมา
ภายในห้องเงียบกริบลงทันที
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ทำไมคนที่เดินออกไปถึงเป็นเถียวเสี่ยวเวย สาวงามอันดับหนึ่งของรุ่น?
คนที่ควรเดินออกไปไม่ใช่จางฟานหรอกหรือ?
เมื่อไม่เป็นไปตามที่คิด หลี่ตงจึงส่งสายตาให้เพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่สนิทกัน
เพื่อนคนนั้นเข้าใจทันที
“หยางตี๋ ตอนนี้เถียวเสี่ยวเวยเป็นแฟนนายไม่ใช่เหรอ ยังไม่รีบตามไปง้อเธออีก?”
ความหมายของคำพูดนี้ชัดเจนมาก เขาต้องการให้ทุกคนรู้ว่าภรรยาของจางฟานได้กลายเป็นผู้หญิงของคนอื่นไปแล้ว
