“แม่พูดอะไรน่ะ?”
เถียวเสี่ยวเวยไม่ได้อ่านข้อความ เธอส่ายหน้าแล้วพูดว่า “เมื่อกี้แม่ยังบอกอยู่เลยว่าเขาไม่มีทางมีเงิน แล้วตอนนี้ทำไมถึงบอกว่าเขาเป็นเจ้าสัวใหญ่คนนั้นล่ะ?”
“แต่ลูกดูชื่อกับจำนวนเงินในนี้สิ ตรงกับเขาทุกอย่างเลยนะ”
แม่ของเถียวเสี่ยวเวยยื่นโทรศัพท์ให้เธอ
“นี่... เป็นไปได้ยังไง...”
พอเถียวเสี่ยวเวยเห็นชื่อในข้อความ ก็พบว่ามีชื่อจางฟานเขียนอยู่อย่างชัดเจน
เธอถึงกับสับสนไปหมด
“ยะ... อย่าบอกนะว่าธนาคารทำพลาด ส่งข้อความผิดคน?”
“ธนาคารเขาใช้ระบบคอมพิวเตอร์กันหมด ลูกคิดว่าเรื่องแบบนี้จะผิดพลาดได้ง่าย ๆ เหรอ?”
เถียวเสี่ยวเวยส่ายหน้า
แม้แต่ตัวเธอเองยังไม่เชื่อคำพูดนี้ ธนาคารจะรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับจางฟานได้ยังไงกัน?
“หรือว่าจะเป็นคนชื่อซ้ำกันล่ะ?”
เถียวเสี่ยวเวยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “ชื่อจางฟานก็ธรรมดาจะตาย ทั่วประเทศคงมีคนใช้ชื่อนี้ไม่ต่ำกว่าแปดหมื่นถึงแสนคนหรอก”
“อืม ก็เป็นไปได้”
แม่ของเถียวเสี่ยวเวยพยักหน้า “ขอให้เป็นคนชื่อซ้ำกันเถอะ อย่าให้เป็นเขาเลย”
“งั้นหนูไปถามผู้ใหญ่บ้านดีกว่า”
เถียวเสี่ยวเวยยังรู้สึกไม่สบายใจ เพราะช่วงนี้จางฟานทำตัวผิดปกติเกินไปจริง ๆ
“แต่ลูกยังต้องไปดูตัวนะ...”
แม่ยังพูดไม่ทันจบ เถียวเสี่ยวเวยก็วิ่งออกไปแล้ว
พอมาถึงบ้านผู้ใหญ่บ้าน เถียวเสี่ยวเวยก็ยืนตะลึงงัน
คนเกือบครึ่งหมู่บ้านแห่กันมาที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน จนกำแพงลานบ้านแทบถูกเบียดพัง
ทุกคนได้รับข้อความแจ้งการโอนเงินจากจางฟาน จึงพากันมาสืบข่าว
เถียวเสี่ยวเวยเข้าไปในลานบ้านไม่ได้ ทำได้เพียงยืดคอมองเข้าไปข้างใน
“เอาล่ะ ในเมื่อทุกคนอยากรู้ แล้วคนก็มากันเกือบครบแล้ว ฉันจะอธิบายเรื่องนี้ให้พวกคุณฟังชัด ๆ”
ผู้ใหญ่บ้านบี้บุหรี่หัวจื่อในมือดับเสียก่อน แล้วจึงพูดเสียงดังว่า “เจ้าสัวใหญ่ที่ฉันพูดถึงเมื่อวาน ที่แท้ก็คือเสี่ยวฟานของหมู่บ้านเรานี่เอง”
“พวกคุณก็รู้ว่าพ่อแม่ของเสี่ยวฟานประสบเหตุทางทะเลจนเสียชีวิต ถึงตอนนี้ก็ยังหาร่างของทั้งคู่ไม่พบ”
