พายุไต้ฝุ่นเคลื่อนผ่านเมืองเวินเฉิงไปแล้ว อุณหภูมิในวันต่อ ๆ มาก็ค่อย ๆ ลดต่ำลง
หลังจากวันเกิดของเฉินหวยอวี่ เขาก็บินไปทำงานที่เมืองหนานเฉิงอีกรอบ
เวลาของเจียงฉิงเซิงในแต่ละวันถูกเติมเต็มด้วยวิชาเอกของเธอจนไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่น
บางครั้งเมื่อเธอได้สติกลับมา ก็คิดว่ายุ่ง ๆ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
อย่างน้อยก็ไม่มีเวลาม้วนแต้มคิดฟุ้งซ่าน
สุดสัปดาห์
หลิ่วถังและเฉียวอินกลับบ้านกันแล้ว ส่วนเฝิงลั่วอวี้อยู่ในหอพัก เพราะต้องไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟ
แผนเดิมของเจียงฉิงเซิงก็คืออยู่ที่หอพัก
แต่จางจืออวี่และเจียงเหยี่ยนจือต่างก็โทรมาบอกให้เธอกลับบ้าน
บ่ายวันศุกร์ หลังคาบสุดท้ายจบลง
รถของคนขับมาจอดที่หน้าตึกคณะศิลปกรรมศาสตร์ตรงเวลา
เป็นรถที่มารับเจียงฉิงเซิงกลับบ้าน
การเรียกเจียงฉิงเซิงกลับบ้านกระทันหันแบบนี้ จริง ๆ แล้วมันมีเหตุผล
ตอนแรกเป็นเจียงอวี๋ไป๋ที่ช่วยเธอจองร้านอาหารที่อาคารจินเหมาไว้
ผ่านไปสองสามวัน เจียงอวี๋ไป๋อยากเลี้ยงอาหารหุ้นส่วนทางธุรกิจหลายคน ก็เลยจองร้านอาหารที่เดียวกันนั้น
เจียงอวี๋ไป๋เป็นลูกค้าประจำ ผู้จัดการแผนกรับรองจำเขาได้
ทุกครั้งที่ลูกค้าวีไอพีมาถึงร้าน พนักงานระดับหัวหน้าก็มักจะต้องเข้าไปทักทายถามสารทุกข์สุกดิบอย่างเอาใจใส่
เจียงอวี๋ไป๋สั่งพนักงานเสิร์ฟไปเอาเหล้าองุ่นแดงที่เขาฝากไว้ที่นี่ออกมาเปิดให้อากาศถ่ายเทก่อน
แล้วก็หันไปถามว่า "อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อก่อนไม่ใช่บอกให้เอาค่าใช้จ่ายของน้องสาวฉันไปลงบัญชีฉันหรือไง ทำไมไม่มีข้อความแจ้งเตือนการรูดบัตรเลย?"
พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งครุ่นคิดอยู่นาน ไม่รู้จะเอ่ยปากอย่างไร
