การสืบสวนผู้มีพลังพิเศษที่ยังไม่ทราบตัวตนต้องใช้เวลา ทั้งสองจึงกลับค่าย
เพิ่งพบซ่งหลินเวย์ ยังไม่ทันได้เล่าเรื่องที่ค้นพบวันนี้ อีกฝ่ายก็พูดขึ้นก่อนว่า—
“แฟ้มแดง ข่าวที่ส่งตรงมาจากเบื้องบน คลังเสบียงเมืองสือถูกขโมย ยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นพวกนอกรีตที่มีพลังมิติ กลุ่มเอออกปฏิบัติการแล้ว”
เซิ่งอันเลิกคิ้ว
ส่วนฮ่าวจิ้งเยี่ยเบิกตากว้าง “ช้อปฟรีเหรอ?!”
นี่สิถึงเรียกว่าช้อปฟรีของจริง เล็งคลังของรัฐแล้วฉกเสบียงไปตรง ๆ วันสิ้นโลกยังมาไม่ถึงก็ลงมือเด็ดขาดแล้ว
คนนี้ไม่ธรรมดาเลย
ฮ่าวจิ้งเยี่ยทำหน้าขึงขัง “พี่เซิ่ง พวกเราก็รีบลงมือเถอะ อย่าปล่อยให้กลุ่มเอชิงตัดหน้าไปก่อน”
ก่อนหน้านี้แต่ละกลุ่มต่างหาข้อมูลและตามหาพวกนอกรีต
แต่กรณีนี้เป็นแฟ้มแดงที่ส่งมาจากเบื้องบนโดยตรง ระบุตัวว่าเป็นพวกนอกรีตอย่างชัดเจน และเป็นข้อมูลที่กลุ่มเอและกลุ่มบีได้รับร่วมกัน
พูดอีกอย่างก็คือ—
ใครถึงก่อนก็ได้ก่อน
ซ่งหลินเวย์พยักหน้าเห็นด้วย “คนนี้เอาเสบียงในคลังไปได้ แสดงว่าต้องเป็นผู้มีพลังมิติแน่ ๆ กลุ่มเอยังไม่มีผู้มีพลังมิติ พอได้รับข่าว ชิวอวี่ก็ทิ้งงานที่ทำอยู่แล้วพุ่งไปที่เกิดเหตุทันที เห็นได้ชัดว่าต้องการจับตัวให้ได้”
ถ้านับเจี่ยงอวี๋เข้าไปด้วย พวกเขาก็มีผู้มีพลังมิติสองคน
ส่วนกลุ่มเอส่วนใหญ่เป็นสายต่อสู้ ยังไม่มีใครมีพลังมิติ ย่อมร้อนใจเป็นธรรมดา
เซิ่งอันกลับใจเย็น “กล้าขโมยของจากคลังของรัฐโต้ง ๆ แสดงว่าคนลงมือมั่นใจในตัวเองมาก คนนี้คงจับไม่ง่าย ไม่ต้องรีบ”
กลุ่มเอออกปฏิบัติการก่อน แต่ไม่ได้แปลว่าจะจับคนได้ก่อน
พวกเขาไปที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง ก็แค่เพื่อหาข้อมูลให้ได้มากขึ้น ไม่ใช่ว่าจะเจอตัวคนร้ายทันที
เซิ่งอันพึมพำ “เมืองสืออีกแล้ว”
ผู้มีพลังพิเศษที่พวกเขาพบก็อยู่ในเมืองสือ ส่วนคนที่ช้อปฟรีคนนี้ก็อยู่เมืองสือเหมือนกันหรือ?
ซ่งหลินเวย์ถามอย่างสงสัย “เมืองสือ? จริงสิ จางเจียเหลียงก็มาจากเมืองสือ วันนี้พวกคุณได้ข้อมูลอะไรบ้าง?”
“เดินไปคุยไป” เซิ่งอันก้าวออกมา “อีกอย่าง ส่งข้อมูลที่มีอยู่เกี่ยวกับ ‘ช้อปฟรี’ มาให้ฉันด้วย ฉันจะดูสถานการณ์ของพวกนอกรีตคนนี้ก่อน”
