หัวหน้าหน่วยถือโทรศัพท์เข้าไปในห้องสอบสวน เจ้าหน้าที่ที่เดิมแยกกันอยู่ถูกเรียกมารวมตัวกัน เพื่อรอรับการสอบถามทางไกลจากเซิ่งอัน
ไม่ใช่แค่ชิวอวี่กับหัวหน้าหน่วยที่ไม่เข้าใจ
แม้แต่ฮ่าวจิ้งเยี่ยกับซ่งหลินเวย์ก็ไม่รู้ว่าเซิ่งอันต้องการถามอะไร
เมื่อมองเจ้าหน้าที่ทั้งหลายผ่านหน้าจอ เซิ่งอันก็ยิ้มแล้วถามอย่างอ่อนโยนว่า
“ทุกคนลองนึกให้ดี ก่อนเสบียงจะหายไป มีใครรู้สึกเย็นวาบที่ท้ายทอยบ้างไหม หรือก่อนหน้านี้เคย...เจอผีหรือเปล่า”
คำถามประหลาดอะไรกันเนี่ย?!
เจอผีงั้นเหรอ?
ช่างเป็นคำอธิบายที่คุ้นเคยจนน่าหงุดหงิดจริง ๆ
จางเจียเหลียงไม่ใช่หรือที่เจอผีแล้วไปรายงานทางการ?
คนที่อยู่อีกฝั่งชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด
สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความงุนงง
เซิ่งอันกล่าวว่า “นี่เป็นคำถามสุดท้ายของวันนี้ ขอให้ทุกคนพยายามนึกย้อนอย่างละเอียด อย่าปล่อยผ่านแม้แต่รายละเอียดเดียว จะช่วยให้เราตรวจสอบความจริงได้”
หัวหน้าหน่วยรีบเสริม “นึกอะไรได้ก็พูดออกมาได้เลย”
“ใช่ ต่อให้เป็นแค่ภาพลวงตา หรือมีข้อสงสัยนิดเดียวก็บอกได้” น้ำเสียงของเซิ่งอันอ่อนโยนมาก “พูดผิดก็ไม่เป็นไร พวกคุณล้วนเป็นคนที่ช่วยเหลือประเทศ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หัวหน้าหน่วยก็เหลือบมองชิวอวี่โดยไม่รู้ตัว
ชิวอวี่ไม่เหมือนเซิ่งอัน
ตอนสอบถาม เซิ่งอันอ่อนโยน ส่วนชิวอวี่เคร่งขรึมและน่าเกรงขามจนทำให้คนหวาดกลัว
หลังถามไปแค่สองคำถาม เธอก็ใช้พลังพิเศษทันที
ต้องยอมรับว่า
ชิวอวี่ทำงานได้รวดเร็วก็จริง แต่เซิ่งอันทำให้คนผ่อนคลายกว่า
เจ้าหน้าที่หลายคนเริ่มคลายความตึงเครียด สีหน้าครุ่นคิด เห็นได้ชัดว่ากำลังพยายามนึกย้อนอย่างจริงจัง
บางคนส่ายหน้า บางคนทำหน้างุนงง
