อะไรนะ?
ถึงกับเป็นคนเดียวกันงั้นเหรอ?!
พอได้ยิน ทั้งสองก็เบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
ไม่เคยนึกเลยว่าเป้าหมายที่พวกเขาตามหาทั้งสองคนจะเป็นคนเดียวกัน!
“ผี” ที่จางเจียเหลียงถ่ายติดในภาพ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลักขโมยเช่นกัน
สีหน้าของทั้งคู่เปลี่ยนไปหลายครั้ง ขณะครุ่นคิดหาเหตุผล ไม่นานพวกเขาก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะเข้าใจทุกอย่าง ทั้งยังหงุดหงิดที่ตัวเองไม่ปะติดปะต่อเรื่องให้เร็วกว่านี้
เซิ่งอันวางรูปถ่ายลง เคาะปลายนิ้วลงบนภาพสองสามครั้ง น้ำเสียงผ่อนคลาย
“เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในเมืองสือ ฉันเคยคิดตั้งนานแล้วว่าจะเชื่อมโยงสองเรื่องนี้เข้าด้วยกันได้ไหม? ทำไมคนคนนั้นถึงใช้พลังพิเศษตรงเชิงเขาที่ไม่มีผู้คน? มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาจงใจหาสถานที่ปลอดคนเพื่อฝึกฝน
“และที่ฝึกฝนก็ต้องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายบางอย่าง เช่น...ขโมยเสบียง
“ลักษณะพลังของคนคนนี้เห็นได้ชัดมาก เขาหายตัวไปชั่วพริบตาแล้วไปปรากฏตัวอีกที่หนึ่ง จากรูปถ่ายสี่ใบที่จางเจียเหลียงถ่ายได้ ระยะที่เขาหายตัวไปมีขีดจำกัด นั่นหมายความว่าทุกระยะทางหนึ่ง เขาต้องปรากฏตัวให้เท้าแตะพื้นสักครั้ง”
ฮ่าวจิ้งเยี่ยตบโต๊ะดังปังแล้วเสริมว่า
“เหมือนพลังความเร็วเลย ถ้าเร็วมากพอก็จะมองไม่เห็น ยิ่งเขาใช้พลังสองครั้งติดต่อกันแทบไม่มีช่วงเว้น กล้องธรรมดาก็มีโอกาสสูงมากที่จะถ่ายไม่ติด!”
ซ่งหลินเวย์ยังติดใจอยู่เรื่องหนึ่ง “แล้วเรื่องที่เจอผีล่ะ?”
เซิ่งอันยิ้มบาง น้ำเสียงสุขุมอย่างยิ่ง “การใช้พลังสองครั้งอาจไม่มีช่วงเว้นก็จริง แต่ถ้าผู้มีพลังมิติต้องรอเก็บเสบียงในช่วงระหว่างนั้น ช่วงห่างก็จะยืดยาวขึ้นแน่นอน ทำให้การใช้พลังสองครั้งไม่ต่อเนื่อง กล้องย่อมจับภาพได้”
