เซิ่งอันยังคงไร้สีหน้า น้ำเสียงราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์
“ไม่มีอะไรมาก แค่ตอนตรวจร่างกายเขาทำเครื่องตรวจพังหมดทุกเครื่อง แถมเกือบทำให้นักวิจัยบาดเจ็บด้วย”
ซ่งหลินเวย์สูดลมหายใจเย็นเยียบ
หลี่ซินนั่งยองอยู่บนพื้น ทำหน้าตาน่าสงสาร
“เรื่องนี้จะโทษผมก็ไม่ได้สักหน่อย! เจ้าคนสวมเสื้อกาวน์นั่นให้ผมยื่นมือเข้าไปควบคุมธาตุทอง เดี๋ยวก็สั่งอย่างนี้ เดี๋ยวก็สั่งอย่างนั้น ผมอดกลั้นไม่ไหว พลังธาตุเลยปั่นป่วน เครื่องพวกนั้นก็พังหมด…”
เขาพูดอย่างไร้เดียงสา แต่น้ำเสียงกลับค่อย ๆ เบาลงเรื่อย ๆ เมื่อถูกเซิ่งอันจ้องมอง สุดท้ายก็เริ่มรู้สึกผิดจนใจคอไม่ดี
เซิ่งอันจ้องเขาอย่างสงบนิ่ง
เขาหลบสายตาโดยไม่รู้ตัว
ซ่งหลินเวย์เห็นท่าทางนั้นแล้วยังจะเดาอะไรไม่ได้อีก?
เขารู้จักหลี่ซินดี
หมอนี่คงไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อวาน แถมยังถูกคนตรวจแล้วตรวจอีก จนหมดความอดทนไปนานแล้ว
พอเห็นว่าเซิ่งอันไม่อยู่ ก็เลยจงใจหาเรื่อง ไม่ให้ความร่วมมือ
ตั้งแต่ปลุกพลังพิเศษได้ เจ้าเด็กนี่ก็ยกตนว่าเป็น “บุตรแห่งโชคชะตา” กับ “วีรบุรุษ” มาโดยตลอด หยิ่งผยองสุดขีด
ทำเครื่องพังยังไม่พอ เกือบทำคนบาดเจ็บอีก!
คิดถึงตรงนี้ เขาก็ถลึงตาใส่หลี่ซินอย่างดุดัน
ต้องบอกว่าซ่งหลินเวย์เดาถูก
หลี่ซินไม่ได้นอนมาทั้งคืน ตอนนี้ยังถูกโยนเข้าไปอยู่ในห้องสอบสวน พิงกำแพงอย่างหงุดหงิดหนักกว่าเดิม
บวกกับความรู้สึกผิดที่ไม่รู้มาจากไหน เขาจึงตัดสินใจปล่อยเลยตามเลย เชิดคอเถียงเสียงแข็ง “ผมขอโทษพวกเขาแล้ว ยังจะเอาอะไรอีก? ก็แค่ทำเครื่องพังไม่กี่เครื่องเอง ไม่งั้นผมชดใช้ให้ก็ได้”
น้ำเสียงดื้อรั้นอย่างยิ่ง
พอได้ยิน ซ่งหลินเวย์ก็ใจหายวาบ
แต่เซิ่งอันกลับฟังแล้วหัวเราะ
เธอยิ้มจนดวงตาโค้ง ก่อนเอ่ยช้า ๆ “จะชดใช้เหรอ? ได้สิ งั้นมาคิดบัญชีกัน”
ฮ่าวจิ้งเยี่ยเลื่อนดูข้อมูลบนแท็บเล็ตอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็ยกมือดันแว่น
“หลี่ซิน เครื่องที่คุณทำพังเป็นอุปกรณ์รุ่นล่าสุดที่ใช้เฉพาะในห้องทดลอง ข้างนอกไม่มีขาย เราคิดราคาให้ตามต้นทุน รวมทั้งหมด 97 ล้าน จะจ่ายยังไง?”
