“เฮ้อ...”
บนเตียง
ฉีซ่งเบิกตาขึ้นฉับพลัน เส้นผมตรงหน้าผากชื้นเล็กน้อยและยุ่งเหยิงแนบอยู่บนผิว
ใบหน้าของเขาแดงระเรื่อ ดวงตาที่ปกติเย็นชาและนิ่งขรึมมีแววพร่าเลือนอยู่หลายส่วน
ผ่านไปครู่ใหญ่ ฉีซ่งถึงได้สติ สีหน้ากลับยิ่งดูแปลกประหลาดขึ้น
เขาหันไปมองตุ๊กตาตัวเล็กที่อยู่ข้าง ๆ แล้วกัดฟัน เส้นเลือดตรงหน้าผากปูดขึ้นเล็กน้อย
ครั้งแรกแบบนี้ทำฉีซ่งจนไปไม่เป็นจริง ๆ
เขาหลับตาลงอย่างเสียอาการ ทว่าภาพหญิงสาวกลับผุดขึ้นมาในหัวทันที
ใบหน้าในฝันเลือนหายไปจนจำไม่ได้แล้ว แต่ฉีซ่งยังจำดวงตาคู่นั้นที่มองมาทางเขาได้ชัดเจน
ใสกระจ่าง ไร้เดียงสา และมีความเฉยชาที่ซ่อนอยู่เบื้องลึก ราวกับมองทุกสิ่งอย่างทะลุปรุโปร่ง
ยิ่งฉีซ่งนึกย้อน ดวงตาคู่นั้นก็ยิ่งดูคุ้นอย่างบอกไม่ถูก
เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
ฉีซ่งสูดหายใจลึก ๆ แต่กลับรู้สึกว่าความวุ่นวายในใจยังไม่สงบลง จึงทำได้เพียงลืมตาขึ้นอีกครั้ง
เขาจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหน้าไปอีกทาง แล้วสบเข้ากับดวงตาของตุ๊กตาตัวเล็กพอดี
ดวงตาคู่นั้นมีประกายคล้ายแก้วเจียระไน
ดวงตาทั้งสองคู่พลันซ้อนทับกันขึ้นมา
ฉีซ่งรู้ทันทีว่าความคุ้นเคยเมื่อครู่นี้มาจากไหน
แต่ก่อนที่เขาจะทันคิดอะไรต่อ ก็รู้สึกได้ว่าสายตาของตุ๊กตาตัวเล็กกำลังไล่มองไปทั่วร่างของเขา
ปกติแล้วนี่เป็นเรื่องธรรมดามาก ช่วงนี้ฉีซ่งชินเสียแล้ว
