หวังฟางฉวยจังหวะที่งูขาวไม่ทันระวัง วิ่งพรวดไปหาเถี่ยตั้นแล้วอุ้มเด็กกลับมา
งูขาวเห็นดังนั้นก็รีบเอ่ยว่า “นี่ แม่หนู เจ้าต้องรักษาคำพูดนะ ข้าออกมาแล้ว หากเจ้าผ่าข้าตายก็เป็นความผิดของเจ้า ข้าจะไปฟ้องวิถีสวรรค์ ลูกหลานงูของข้าจะสู้ตายกับคนทั้งหมู่บ้าน!”
ชาวบ้านพากันหวาดกลัว ต่างร้องขอความช่วยเหลือจากอิ่งเซียวเซียว
“แม่นาง พวกเราได้เห็นความเก่งกาจของท่านแล้ว พวกเรารู้ว่าผิด ไม่ควรพูดให้ร้ายท่าน พวกเราขออภัย ขอท่านอย่าให้ลูกหลานงูมาทำร้ายพวกเราเลย”
“ใช่แล้ว พวกเรายังไม่อยากตาย!”
“ฮือ ๆ ๆ...”
อิ่งเซียวเซียวชี้ปิ่นหยกขาวบนศีรษะ ก่อนกล่าวกับงูขาวว่า “เจ้าเข้าไปสิงอยู่ในปิ่นก่อน ข้าจะพาเจ้าไปด้วย เจ้าติดตามข้าบำเพ็ญพลังวิญญาณ ทำความดีสะสมบุญวาสนา เมื่อสะสมบุญวาสนาครบก็สามารถแปลงกายได้เช่นกัน”
ภายใต้แรงกดดันของยันต์อัสนี งูขาวก็เชื่อฟัง มุดเข้าไปในปิ่นหยก
หวังฟางพลันคุกเข่าลงตรงหน้าอิ่งเซียวเซียว ร่ำไห้พลางกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณท่านเซียนที่ช่วยชีวิตเจ้าค่ะ แต่ว่า...ท่านเซียน เถี่ยตั้นยังไม่ฟื้น เขาไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
อิ่งเซียวเซียวรีบประคองหวังฟางให้ลุกขึ้น “ข้าขอตรวจดู”
อิ่งเซียวเซียวตรวจเถี่ยตั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็อดประหลาดใจไม่ได้
เด็กคนนี้ไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
“เด็กไม่เป็นไร แม้จะถูกงูขาวสิงร่าง แต่งูขาวตนนี้มีบุญวาสนาติดตัวอยู่ มันใช้บุญวาสนาช่วยขวางอันตรายให้เด็ก อีกทั้งไม่ได้คิดทำร้ายเด็ก เพียงอยากขู่ให้ตกใจและแก้แค้นพวกเจ้าสักหน่อย ส่วนไก่กับเป็ดที่กินเข้าไปก็ไม่ได้ลงท้องเขาเลย บัดนี้เถี่ยตั้นแค่หลับอยู่ พอตื่นขึ้นมาก็ไม่เป็นไรแล้ว”
