“ต่อไปอย่าทำเรื่องชั่วช้าเช่นนั้นอีก”
ฉินอ๋องอู่ตี้เหลือบมองนักพรตเฒ่าอย่างเฉยชา จู่ ๆ ขวดใบเล็กก็ปรากฏขึ้นในมืออีกฝ่าย
“ท่านอ๋อง ข้าก็ไม่มีทางเลือกนี่นา ข้าหูเต๋อฮั่นไร้ภูมิหลังใด ๆ อาศัยเคล็ดวิชาที่บรรพชนถ่ายทอดมา ฝึกฝนจนถึงทุกวันนี้ก็ต้องกินต้องใช้เหมือนกัน”
นักพรตเฒ่ารีบเทายาเม็ดหนึ่งจากขวดใส่ปากโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ด้วยพลังของฉินอ๋อง การจัดการเขาก็ง่ายดายพอ ๆ กับบี้มดตัวหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องกลั่นแกล้งเขาถึงเพียงนี้
เป็นดังคาด หลังยาเม็ดไหลลงท้องก็รู้สึกปลอดโปร่งสดชื่นขึ้นทันที พอได้ยินคำพูดของฉินอ๋อง นักพรตเฒ่าก็ทำหน้าเศร้าพลางตบหลังมือ ร่ำทุกข์ทันควัน
“...สุสานใหญ่คราวหน้าแค่แห่งเดียวก็พอให้เจ้ากินอยู่ได้หลายสิบปีแล้ว ต่อจากนี้ก็อยู่ที่สำนักฉินเทียนเสีย ถือว่าไถ่บาปที่เจ้าก่อไว้ในอดีต”
ฉินอ๋องถลึงตามองเขาอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะโบกมืออย่างรำคาญเป็นเชิงไล่ให้ไป
“ท่านอ๋อง... เรื่องของราชวงศ์พวกท่าน ข้าคนนอกไม่เข้าไปยุ่งดีกว่ากระมัง? ไม่อย่างนั้นข้ากลัวว่าจะอยู่ไม่ถึงวันที่ชดใช้บาปหมด”
นักพรตเฒ่ารู้ว่าฉินอ๋องเป็นคนพูดง่าย ได้ชื่อว่าเป็นอ๋องผู้ทรงคุณธรรม จึงไม่รีบร้อนจากไป กลับหน้าด้านหน้าทนเอ่ยขึ้น
“ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตายหรอก ยังไม่เชื่อใจข้าอีกหรือ?”
ฉินอ๋องมองเจ้าคนแก่หน้าด้านหน้าทนผู้นี้อย่างขบขัน ก็มีแต่อ๋องผู้ทรงคุณธรรมอย่างเขานี่แหละ หากเปลี่ยนเป็นพวกพี่น้องคนอื่น เจ้าคนแก่นี่คงถูกซัดจนแหลกเป็นผุยผงไปหลายรอบแล้ว
ได้คืบจะเอาศอกจริง ๆ
“แน่นอนว่าข้าเชื่อท่านอ๋อง แต่... เซียงอ๋องก็ไม่ใช่พวกไร้ฝีมือเสียหน่อย”
