ตงจวินพลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย มองคนตรงหน้าด้วยแววฉงนวูบหนึ่ง
แม้เขาจะไม่ได้เร่งเร้าวิชามาร แต่อย่างไรเสียก็เป็นยอดฝีมือขั้นทะลวงฟ้าระดับแปด!
ยอดฝีมือแม้ไม่ลงมือ ก็ยังแผ่แรงกดดันอันแข็งแกร่งออกมาจากร่างได้ ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญขั้นกุมแก่น เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาก็ยังถูกข่มจนขยับไม่ได้ ทว่าเจ้าหนุ่มตรงหน้าผู้นี้... ทั้งที่ยังไม่ถึงขั้นกำเนิดฟ้าแท้ ๆ กลับไม่สะทกสะท้านต่อแรงกดดันของเขา แถมยังกล้าลงไม้ลงมือกับเขาอีก?
เมื่อเห็นเจ้าหนุ่มหลับตาปี๋ ออกหมัดสะเปะสะปะใส่เขา ตงจวินก็ยิ่งคิดยิ่งสงสัย หรือเจ้าหนุ่มนี่จะประสาทแข็งเป็นพิเศษกันนะ?
แม้หวงจวิ้นเซิงจะหลับตาแน่น แต่แรงของผีสาวนั้นมหาศาลเหลือเกิน เปลือกตาของเขาจึงค่อย ๆ ถูกอีกฝ่ายง้างออกทีละน้อย
ทันทีที่ดวงตาข้างหนึ่งของหวงจวิ้นเซิงถูกอีกฝ่ายง้างออกอย่างแรง และได้สบตากับนาง สติของเขาก็เริ่มเลือนราง พลังภายในที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างหยุดลงทั้งหมด เมื่อกลับคืนสู่รูปลักษณ์เดิม...
“ในที่สุดท่านก็มาแล้ว”
เสียงอ่อนโยนพลันดังมาจากด้านหลังผีสาว เสียงนั้นลอยเข้าหูหวงจวิ้นเซิง ราวกับมีบางอย่างระเบิดขึ้นในศีรษะ ความเจ็บแปลบแล่นผ่าน ก่อนที่จิตใจจะกระจ่างขึ้นในพริบตา ห้องทั้งห้องดูราวกับหยุดนิ่ง ทำให้เขารู้สึกไม่สมจริงอยู่บ้าง
ชายวัยกลางคนผู้แสนธรรมดาจากสำนักฉินเทียนปรากฏตัวขึ้นด้านหลังผีสาว
อู่ตี้มองเจ้าหนุ่มที่ถูกยอดฝีมือจากลัทธิมารจับตัวไว้ แววสงสัยวูบหนึ่งปรากฏในดวงตาเช่นกัน
“เจ้าสังหารมารหยินเงาทมิฬหรือ?”
