หอสุราใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง หอเมามายเซียน
หอสุราแห่งนี้มีลูกค้าแน่นขนัดทุกวัน แขกที่มาที่นี่ไม่ใช่ขุนนางผู้สูงศักดิ์ก็เป็นบุตรหลานตระกูลใหญ่ หอเมามายเซียนเปิดกิจการมาแล้วถึง 200 ปี
ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของที่แท้จริงเบื้องหลังหอสุราแห่งนี้เป็นใคร รู้เพียงว่าไม่เคยมีใครกล้าก่อเรื่องที่นี่
ต่อให้เป็นถึงพระมาตุลา หากกล้าก่อเรื่องในหอสุราแห่งนี้ วันรุ่งขึ้นก็จะหายตัวไปอย่างไร้สาเหตุ ที่สำคัญคือราชสำนักไม่เคยสืบสาวเอาความ บ้างก็ว่าเป็นฝีมือจักรพรรดิไท่คัง บ้างก็ว่าฉินอ๋อง ในใต้หล้าทุกวันนี้มีเพียงสองท่านนี้ที่มีความสามารถเช่นนั้น
“โห! พวกเจ้าดูนั่น! ทำเนียบยอดอัจฉริยะเปลี่ยนแปลงแล้ว!”
บนชั้นสี่ของหอสุรา คุณชายตระกูลใหญ่คนหนึ่งชี้ไปยังหอคอยสูงฝั่งตรงข้ามแล้วร้องตะโกนขึ้นกะทันหัน ผู้คนไม่น้อยหันมองตาม บนหอคอยมีป้ายรายชื่อขนาดมหึมาห้อยลงมา บนนั้นจารึกรายชื่อไว้แน่นขนัดหลายสิบคน
ด้านบนสุดมีอักษรสีทองส่องประกายเจิดจ้าอยู่สามตัว
ทำเนียบยอดอัจฉริยะ!
เมื่อเห็นความเคลื่อนไหวบนทำเนียบยอดอัจฉริยะ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาก็หยุดฝีเท้าแล้วเงยหน้ามองเช่นกัน
“เอ๊ะ! องค์ชายยี่สิบหกเลื่อนลงมาอยู่อันดับสองแล้ว!”
“เป็นไปได้อย่างไร? ใครกันที่น่าทึ่งถึงเพียงนี้? ตอนองค์ชายยี่สิบหกเพิ่งเข้าสู่ขั้นกำเนิดฟ้า ก็เคยสังหารยอดฝีมือขั้นสามบุปผามาแล้ว!”
“...”
เมื่อเห็นว่าองค์ชายยี่สิบหกซึ่งครองอันดับหนึ่งมานานพลันร่วงลงมา ทุกคนต่างตกตะลึง
องค์ชายยี่สิบหกที่เพิ่งเข้าสู่ขั้นกำเนิดฟ้าก็สามารถสังหารยอดฝีมือขั้นสามบุปผาได้ นับว่าร้ายกาจอย่างยิ่ง และเพราะผลงานนี้เอง เขาจึงครองอันดับหนึ่งมาโดยตลอด
