“ฝ่าบาท! ขุนนางกว่าครึ่งจากสามสิบหกเมืองในจี้โจวร่วมมือกับเซียงอ๋อง แม้จะถูกประหารไปแล้ว แต่ตอนนี้ที่ว่าการเมืองและอำเภอกว่าครึ่งในจี้โจวก็ยังว่างลง ต้องรีบแต่งตั้งคนไปแทนโดยเร็ว โดยเฉพาะเมืองสำคัญอย่างเจี้ยนอัน กว่างหลิง กว่างหนิง และกว่างเย่า จะปล่อยให้ตำแหน่งผู้ว่าการว่างนานไม่ได้ เมืองกว่างหลิงกำลังบูรณะอยู่ ส่วนเมืองอื่นต้องรีบส่งคนไปปลอบขวัญประชาชนพ่ะย่ะค่ะ”
“ฝ่าบาท ท่านหยางกล่าวมีเหตุผล รองผู้ว่าการเมืองเจี้ยนอัน จ้าวเส้าคัง ปฏิบัติหน้าที่มาหลายปี ทั้งขยันขันแข็งและทุ่มเท อีกทั้งเข้าใจสภาพเมืองเจี้ยนอันเป็นอย่างดี ครั้งนี้ยังมีส่วนร่วมในการปราบกบฏ กระหม่อมเห็นว่าไม่มีใครเหมาะสมจะรับตำแหน่งผู้ว่าการเมืองไปกว่าเขาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“พรืด! ใต้เท้าจ้าว ท่านนี่ช่างไร้ยางอายเสียจริง คนอื่นเสนอชื่อศิษย์ของตัวเองบ้าง พี่เขยบ้าง พอถึงคราวท่านกลับเสนอชื่อลูกชายตัวเองได้หน้าตาเฉย ข้าเพิ่งเคยเห็นกับตาก็วันนี้นี่แหละ”
“แม่ทัพเฝิงกล่าวเช่นนั้นไม่ถูกต้อง แม้เส้าคังจะเป็นบุตรชายของข้า แต่ตลอดหลายปีที่อยู่เมืองเจี้ยนอัน เขาก็สร้างผลงานให้เห็นประจักษ์แก่ทุกคน อีกทั้งคราวกบฏเซียงอ๋อง เส้าคังก็จับกุมจี้หยางแห่งที่ว่าการเมืองเจี้ยนอันได้เป็นคนแรก ดังคำกล่าวว่าเมื่อเลือกคนมีความสามารถ ย่อมไม่ต้องหลีกเลี่ยงญาติพี่น้อง แล้วข้าจะต้องละอายใจเรื่องใด?”
“ฮึ! ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ฝ่าบาท กระหม่อมขอเสนอชื่อเฝิงไป๋ชิง ผู้ถือป้ายพันครัวเรือนแห่งสำนักฉินเทียนประจำเมืองเจี้ยนอัน ให้รับตำแหน่งผู้ว่าการเมืองเจี้ยนอันแทนพ่ะย่ะค่ะ คราวกบฏเซียงอ๋อง แม้จ้าวเส้าคังจะจับกุมจี้หยางได้เป็นคนแรก แต่เฝิงไป๋ชิงก็จับกุมผู้ช่วยผู้ว่าการเมืองได้เช่นกัน อีกทั้งยังช่วยแม่ทัพรักษาเมืองประคองสถานการณ์ในเมืองเจี้ยนอันไว้ได้ ไม่ว่าจะอาวุโสหรือผลงาน เขาก็มีคุณสมบัติเหมาะสมจะนั่งตำแหน่งผู้ว่าการเมืองอย่างแน่นอน”
