จงจินเฉิงก็คิดเช่นนั้น ทว่าพอคำนี้หลุดออกมาจากปากสวี่หว่าน กลับทำให้เขารู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้า ราวกับถูกคนตบหน้าต่อหน้าธารกำนัล
“เฮ้ย!” เขาร้องอย่างไม่พอใจ
นางหมายความว่าอย่างไร หรือในสายตานาง เขาเป็นเพียงคนเห็นแก่ตัวที่ไม่สนใจชีวิตผู้อื่นหรือ? ยังจะหักขาเขาอีก... หรือเขาจะไปช่วยคนอื่นด้วยความสมัครใจไม่ได้หรือไร?
สตรีผู้นี้เอาใจคนพาลไปวัดใจสุภาพบุรุษชัด ๆ!
ฮึ!
สวี่หว่านขานรับ “อ้อ” แล้วเตือนว่า “เรียกว่าท่านแม่”
เจ้าตัวแสบคนนี้ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียเลย
“ไม่เรียก”
จงจินเฉิงจ้องนางอย่างขุ่นเคือง ก่อนจะหันไปมองจงเหวินซิวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างน่าสงสาร ที่จริงในใจเขาเริ่มใจอ่อนและอยากรับปากแล้ว แต่เมื่อเห็นสีหน้ามั่นอกมั่นใจของสวี่หว่าน ก็รู้สึกว่าตนลงจากหลังเสือไม่ได้ จึงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นแล้วงอนตุบป่องกับตัวเอง
จังหวะนั้นลมพัดวูบเข้ามา หน้าต่างในห้องส่งเสียงสั่นกระทบกัน แม้ประตูและหน้าต่างจะปิดสนิท เด็กทั้งสองก็ยังอดสะท้านขึ้นมาโดยสัญชาตญาณไม่ได้
“เอาละ จินเฉิงตกลงแล้ว เรื่องเชิญหมอหลวงข้าจะจัดการเอง รีบพาพวกเขาสองคนไปไล่ความหนาวแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย” สวี่หว่านตัดสินรวบรัดแทนเจ้าตัวแสบ ทั้งที่นางส่งชุยจือไปส่งจดหมายให้ท่านโหวตั้งนานแล้ว
ดวงตาของจงเหวินซิวเป็นประกายขึ้นมา ท่านแม่ของเขารอดแล้ว!
ชุยหลิ่วเป็นคนลงมือทำงานว่องไวที่สุด ภารกิจที่ฮูหยินมอบหมาย ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ต้องทำให้สำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้นตอนนี้นางจึงตีหน้านิ่ง มือหนึ่งคว้าเด็กไว้คนละคนแล้วลากทั้งคู่ไปอาบน้ำ
