ราชาแห่งการคุยโวอย่างเขาย่อมมั่นใจในตัวเองได้ทุกวัน สวี่หว่านกะพริบตาปริบ ๆ อยากหัวเราะแต่ก็ไม่กล้า จึงทำหน้าเมตตาแล้วพยักหน้าให้กำลังใจ “สู้ ๆ นะ อัจฉริยะ!”
เจ้าตัวแสบกำหมัดทันที สีหน้าจริงจังยิ่ง
“พรืด...” สวี่หว่านกลั้นไม่ไหวจริง ๆ
เด็กคนนี้ช่างน่าสนุกเสียจริง แค่ได้เห็นหน้าเขาทุกวัน อารมณ์เสียอะไรก็หายไปหมด
จงจินเฉิงถือหยกไปอวดจงเหวินซิว แล้ววาดฝันอันงดงามให้น้องชายฟัง ท่ามกลางสายตาเฝ้ารอของเหอเจิ้ง
เหอเจิ้งตื่นเต้นจนปรบมือไม่หยุด “พี่ใหญ่ โปรดรับคารวะจากข้าน้อยด้วย!”
สวี่หว่าน “...”
เด็กช่างไร้เดียงสา ไม่แปลกที่บิดาของเจ้าจะกังวลว่าเจ้าจะก่อเรื่องเมื่อเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋น ดูท่าเจ้าจะเป็นนกที่โผล่หัวออกมาก่อน จนถูกตีหัวเป็นคนแรกจริง ๆ
นางเท้าคางครุ่นคิด ควรจะปรับนิสัยข้อนี้ของเหอเจิ้งอย่างไรดีนะ?
ขณะที่สวี่หว่านกำลังครุ่นคิด แผนการหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจ...
หลังมื้อกลางวัน สวี่หว่านไปอยู่เป็นเพื่อนฮูหยินผู้เฒ่าเพื่อหารือเรื่องจัดงานเลี้ยงฉลองให้เด็กทั้งสองคนอย่างยิ่งใหญ่
ส่วนเจ้าตัวแสบก็พาเด็กน้อยอีกสองคนออกไปเดินเล่น
จงจินเฉิงเพิ่งสอบติด จึงแทบอยากเอาป้ายทงจื่อหลางมาแปะไว้บนหน้า เขาบ่นอยู่ในรถม้าว่า “สุดท้ายก็แค่ประกาศรายชื่อเท่านั้นเอง น่าจะแจกหยกหรือป้ายทองให้คนละชิ้น เอาไว้ห้อยคอเดินอวดไปทั่ว แบบนี้ใครเห็นก็รู้ว่าข้าสอบติด ไม่ต้องให้ข้าแนะนำตัวเอง”
จงเหวินซิวนึกภาพตามแล้วอดอับอายแทนน้องชายไม่ได้ หากเป็นเขา ต่อให้ตายก็ไม่มีทางใส่ของแบบนั้นออกไปแน่
