เจ้าตัวแสบเป็นคนแรกที่ได้สติ รีบช่วยพี่ชายเช็ดน้ำที่เปียกตัว แล้วเป่าลมให้คลายร้อนอย่างรวดเร็ว จะได้ไม่ถูกลวกจนเจ็บ
ทันใดนั้น น้ำตาของจงเหวินซิวก็ร่วงเผาะลงมา
เจ้าตัวแสบงุนงง “พี่ ร้อนขนาดนั้นเลยหรือ ข้าเพิ่งจิบไปคำหนึ่งเองนะ...”
จงเหวินซิวตาแดงก่ำ เอ่ยว่า “เป็นถงหยา นางยังมีชีวิตอยู่ นางอยู่ที่นี่จริง ๆ...”
“ถงหยาเป็นใครหรือ” เหอเจิ้งยิ่งไม่รู้จักเข้าไปใหญ่
แต่เจ้าตัวแสบกลับพลันนึกขึ้นได้ พี่ชายเคยเล่าว่า ลูกสาวของป้าหายตัวไปในเขตคนจนเมื่อสี่ปีก่อน หลังจากนั้นป้าก็เสียสติไป
“นางเป็น...น้องสาวของพี่ใช่ไหม”
จงเหวินซิวพยักหน้าให้อีกฝ่าย น้ำตาไหลพรากราวสายฝน “ใช่แล้ว ข้าพบนางแล้ว นางยังมีชีวิตอยู่”
เจ้าตัวแสบลุกพรวดขึ้นยืน “ข้าจะซื้อนางออกมาเดี๋ยวนี้”
ในโรงเต้นรำ ขอเพียงมีเงินก็ซื้อเหล่านางรำไปได้ เรื่องนี้เขารู้ดี
พอได้ยินว่าเขาต้องการซื้อคน บ่าวรับใช้ก็กวาดตามองเจ้าตัวแสบกับถงหยาอย่างพิจารณา แววตาเต็มไปด้วยเจตนาไม่ดี “คุณชายน้อย อย่าเพิ่งร้อนใจไป รอแม่นางน้อยผู้นี้แสดงจบ พวกเราจะจัดการประมูล นี่เป็นกฎของที่นี่”
เจ้าตัวแสบหน้าขรึมลง “ถ้าเจ้ายังมองข้าด้วยสายตาเช่นนี้อีก ข้าจะทุบหัวเจ้าให้สมองกระเด็น”
บ่าวรับใช้ “...”
เด็กอารมณ์ร้ายจริง ๆ สมแล้วที่เป็นตัวปัญหา อายุแค่นี้ก็ออกมาเที่ยวสำมะเลเทเมาเสียแล้ว
เจ้าตัวแสบกลับไปนั่งที่เดิม ส่วนจงเหวินซิวกระสับกระส่ายราวกับนั่งบนเข็ม ได้แต่เฝ้ามองการแสดงของถงหยาจากด้านบน
ถงหยาอายุน้อยกว่าเขาหนึ่งปี ตอนเด็กนางเป็นเด็กสาวร่าเริงน่ารักคนหนึ่ง แต่ไม่ได้พบกันสี่ปี นางไม่เพียงไม่ยิ้มอีกต่อไป ใบหน้ายังเย็นชาราวน้ำแข็ง จงเหวินซิวไม่กล้าคิดเลยว่านางต้องผ่านเรื่องอะไรมาบ้าง
