อักษรสองตัวบนเวชระเบียนราวกับถูกบางสิ่งบีบเค้นออกมาอย่างแรง
หมึกยังคงแผ่กระจายอย่างช้า ๆ
ทว่าอักษรสองตัวนั้นกลับชัดเจนผิดปกติ
—เสิ่นเนียน
แพทย์จ้องมองมันอยู่นานหลายวินาที
“เป็นไปไม่ได้”
เขาหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเขียนสามตัวอักษรลงข้างช่องชื่อ
เสิ่นเนียนเนียน
แต่ปลายปากกาเพิ่งแตะลงบนกระดาษ
กระดาษก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขึ้นมาทันที
วินาทีถัดมา
อักษรทั้งสามตัวราวกับถูกพลังที่มองไม่เห็นลบหายไป
เหลือเพียงสองตัวอักษรแรก
เสิ่นเนียน
สีหน้าของแพทย์พลันเคร่งขรึมลง
“แฟ้มประวัติเมื่อ 14 ปีก่อน ทั้งที่มัน...”
เขาพูดถึงตรงนี้ก็หยุดชะงักกะทันหัน
แววตาของเสิ่นเนียนเนียนไหววูบเล็กน้อย
14 ปีก่อน
เธอคุ้นเคยกับช่วงเวลานี้เป็นอย่างดี
เพราะบันทึกแรกสุดที่เธอค้นพบได้ในโลกมนุษย์ คือเมื่อ 14 ปีก่อน
อายุ 5 ขวบ
สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า
ร่มด้ามยาวสีดำ
และอดีตช่วงหนึ่งที่หายไปอย่างไร้เหตุผล
แต่แพทย์ไม่ได้พูดต่อ
เขาปิดแฟ้มประวัติ รอยยิ้มบนใบหน้ากลับคืนมาอีกครั้ง
“ดูเหมือนระบบจะมีปัญหานิดหน่อย”
เสิ่นเนียนเนียนมองเขา
“เมื่อกี้คุณไม่ได้พูดแบบนี้นี่”
แพทย์ไม่ตอบ
เขาเพียงยื่นมือไปฉีกแผ่นเวชระเบียนออกมา
การเคลื่อนไหวเชื่องช้า
พอฉีกไปได้ครึ่งหนึ่ง กระดาษก็พลันติดขัด
ไม่ว่าเขาจะออกแรงอย่างไร ก็ฉีกกระดาษแผ่นนั้นให้ขาดจากกันไม่ได้
นิ้วมือของแพทย์ค่อย ๆ กำแน่น
ก่อนจะคลายออกในที่สุด
“ไปที่ห้องพักผู้ป่วยก่อนเถอะ”
“ก่อนเริ่มการรักษา ผู้ป่วยทุกคนต้องลงทะเบียนเข้ารับการรักษา”
พูดจบ เขาก็หันหลังเดินจากไป
เสิ่นเนียนเนียนไม่ได้เดินตามไปทันที
เธอมองเวชระเบียนครึ่งแผ่นบนพื้น
อักษรสองตัวบนนั้นยังคงอยู่
ราวกับกำลังเตือนเธอ
ครั้งหนึ่งเคยมีใครใช้ชื่อนี้
หรือไม่ก็...
มีใครบางคนกำลังรอให้เธอนึกชื่อนี้ออกมาตลอด
