ใครจะคิดว่าการเดินทางครั้งนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรค ยากลำบากสารพัด แถมยังเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นไม่หยุด เรียกได้ว่าเริ่มต้นก็ไม่เป็นมงคลเสียแล้ว!
พอนึกถึงพ่อค้าคนที่พบระหว่างทาง หัวใจของเธอก็สั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความหวาดกลัวเย็นเยียบราวกับคลื่นน้ำทะเล ซัดเข้ากลืนกินร่างกายของเธอในพริบตา
โชคดีที่ตอนนั้นได้พบซืออวี้ และอีกฝ่ายเตือนเธอไว้ทัน ไม่อย่างนั้นป่านนี้เธอคงตกอยู่ในหุบเขาลึก ใช้ชีวิตอย่างมืดมนยิ่งกว่าตายทั้งเป็นไปแล้ว
เมื่อนึกถึงชะตากรรมของคนเหล่านั้นที่เคยเห็นในโทรทัศน์ชาติที่แล้ว ซูเชียนก็อดตัวสั่นไม่ได้
ชะตากรรมเช่นนั้นคงทุกข์ระทมกว่าชาติก่อนของเธอเป็นร้อยเท่า!
ไม่ได้! เธอจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!
ไม่อย่างนั้นการได้เกิดใหม่ของเธอจะมีความหมายอะไร?
เพียงนึกถึงยัยตัวปลอมนั่น เพลิงโทสะในใจซูเชียนก็ลุกโชนขึ้นมา
ชาตินี้โชคดีที่สวรรค์ยังมีตา เธอได้กลับมาเกิดใหม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ ทั้งยังรู้ชัดว่าชาติกำเนิดที่แท้จริงของตัวเองเป็นอย่างไร จึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อมาถึงเมืองจินและตามหาครอบครัว
เธอปรารถนาจะเสวยสุขกับชีวิตมั่งคั่งร่ำรวย และตั้งใจจะแก้แค้นให้ตัวเองในชาติก่อนอย่างสาสม เธอจะต้องทำให้ยัยตัวปลอมที่แย่งรังนอนและครอบครองชีวิตของเธอไปทั้งหมด ได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานที่เธอเคยเผชิญด้วยตัวเอง
คนตระกูลซูที่เคยข่มเหงและทำให้เธอผิดหวังในชาติก่อน ก็ต้องอยู่ไม่เป็นสุขเช่นกัน
ก้าวแรกของการแก้แค้น เธอทำไปแล้ว ก่อนจากมา เธอเอาเงินที่บ้านรองตระกูลซูเตรียมไว้รักษาอาการป่วยของซูล่าวิ่วไปด้วย แล้วซูล่าวิ่วจะยังรุ่งเรืองเหมือนชาติก่อนได้อีกไหม?
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น!
ส่วนบ้านใหญ่ตระกูลซู... หึ ๆ...
ยิ่งคิด ซูเชียนก็ยิ่งอารมณ์ดี
หลังฟังเรื่องราวระทึกขวัญที่เกิดขึ้นระหว่างลูกสาวออกตามหาครอบครัว หวังฮุ่ยก็รู้สึกเจ็บปวดและสงสารเธอจับใจ
ในที่สุดเธอก็กลั้นความรู้สึกไว้ไม่ไหว ยื่นมือไปตบไหล่ลูกสาวเบา ๆ แล้วปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
“เชียนเชียน ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว
ต่อไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่จะอยู่ข้าง ๆ ลูกเสมอ”
แม่จะไม่ทิ้งลูกไปอีกแล้ว
ซูจื้อเฉียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองลูกสาวซึ่งมีหน้าตาคล้ายภรรยาตรงหน้าเงียบ ๆ ในใจกลับเกิดความอ่อนโยนแบบพ่อขึ้นมาอย่างที่ไม่ค่อยได้รู้สึกนัก
เขาก้าวเข้าไปใกล้อีกหนึ่งก้าว แล้วปลอบเสียงเบาเช่นกันว่า
“เสี่ยวเชียน ไม่ต้องกลัวนะ
จากนี้ไปครอบครัวเราจะคอยปกป้องลูกเอง
พ่อรับรอง ต่อไปจะไม่ยอมให้ใครมารังแกลูกอีก
ถึงบ้านเราจะไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่ก็เป็นครอบครัวที่กินเงินหลวงกันทั้งนั้น
พ่อเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตในโรงงานกระดาษ ส่วนแม่เป็นนักบัญชีโรงงานไม้ พี่ชายเป็นคนงานชั่วคราวที่โรงงานไม้ขีดไฟ
ทั้งสามคนในบ้านมีงานกับรายได้มั่นคง พอจะเลี้ยงลูกให้มีเสื้อผ้าและอาหารไม่ขาดมือได้”
พอซูต๋าได้ยินพ่อพูดเช่นนั้น ก็รีบพยักหน้าแรง ๆ พร้อมตบอกให้คำมั่นอย่างหนักแน่นว่า
“น้องสาว ไม่ต้องห่วงนะ! พี่จะปกป้องน้องเอง!
ตราบใดที่พี่ยังอยู่ จะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องน้องแม้แต่ปลายผม!
ใครกล้าทำให้น้องไม่พอใจ พี่ไม่ปล่อยมันไว้แน่!”
พูดจบ เขาก็ล้วงธนบัตรสิบหยวนยับ ๆ ออกจากกระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว แล้วส่งให้ซูเชียนด้วยความระมัดระวัง
“นี่เงินค่าขนมที่พี่ให้น้อง เอาไปซื้อของที่ชอบนะ”
น้องสาวตรงหน้าแตกต่างจากน้องสาวอีกคนที่ห่างเหิน ไม่สนิทสนมกับเขามาตั้งแต่เด็กอย่างสิ้นเชิง
ตอนนี้เขาถึงได้รู้ว่าน้องสาวคนนั้นเป็นตัวปลอม!
มิน่าล่ะ ถึงรู้สึกสนิทกับเธอไม่ลงมาตลอด
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง
ซูรั่วที่ยืนอยู่ในห้องกำลูกบิดประตูแน่น สีหน้าจากที่ตื่นตะลึงในตอนแรกค่อย ๆ ซีดเผือดลง
หึ ที่แท้หัวใจแตกสลายก็เกิดขึ้นได้ในชั่วพริบตา
มิน่าล่ะ!
หลายปีมานี้เธอไม่เคยได้รับสีหน้าดี ๆ จากคนตระกูลซู จึงคิดมาตลอดว่าตัวเองทำอะไรได้ไม่ดีพอ
ที่แท้ก็เป็นเพราะเธอไม่ใช่ลูกแท้ ๆ อย่างนั้นหรือ?
ตอนนั้นเอง ตู้ซืออวี้ซึ่งนั่งอยู่ตรงมุมโซฟาก็ยิ้มพลางเดินเข้ามา ปลอบซูเชียนด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“อาเชียน เรื่องทุกอย่างผ่านไปแล้ว ตอนนี้ในที่สุดเธอก็ได้พบพ่อแม่แท้ ๆ นับว่าพ้นทุกข์แล้วได้เสวยสุขเสียที!
ต่อจากนี้ชีวิตจะต้องดีขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอน
ลืมเรื่องไม่น่าจดจำพวกนั้นไปให้หมดเถอะ”
หวังฮุ่ย ซูจื้อเฉียง และซูต๋ามองตู้ซืออวี้ที่วางตัวดี มีน้ำใจและเข้าอกเข้าใจผู้อื่น สีหน้าของทั้งสามก็ผ่อนคลายลงไม่น้อย สายตาที่มองเธออ่อนโยนขึ้นเรื่อย ๆ
ยิ่งเมื่อนึกว่าตู้ซืออวี้ไม่เพียงช่วยชีวิตลูกสาวของพวกเขาไว้ ตอนนี้ยังปลอบโยนเธออย่างอ่อนโยนเช่นนี้ ความรู้สึกดีที่มีต่อเธอก็พุ่งสูงขึ้นในพริบตา
เมื่อได้ยินถ้อยคำอบอุ่นหัวใจเหล่านั้น ใบหน้าเล็ก ๆ ที่เคยตึงเครียดของซูเชียนก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่ในจังหวะที่คนอื่นสังเกตไม่ทัน แววเคียดแค้นก็วาบผ่านดวงตาเธอไปอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปแล้วงั้นหรือ?
จะผ่านไปง่าย ๆ แบบนั้นได้ยังไง!
ความทุกข์ทรมานที่เธอเผชิญในชาติก่อน ทั้งความเจ็บปวดและขมขื่นตลอดหลายสิบปี จะลืมกันได้ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น ยัยตัวปลอมนั่นกลับได้เสวยสุขกับความมั่งคั่งร่ำรวยไปตลอดชีวิต ใช้ชีวิตอย่างลำพองใจทุกวัน ขณะที่เธอมีชีวิตอย่างทุกข์ระทมและขมขื่นในชาติก่อน แบบนี้จะไม่ให้เธอเคียดแค้นได้อย่างไร?
คราวนี้ที่กลับมา เธอวางแผนทุกอย่างไว้ลับ ๆ เรียบร้อยแล้ว
ก่อนออกเดินทาง เธอตั้งใจส่งข่าวเป็นนัย ๆ ให้ลูกพี่ลูกน้องหญิงฝั่งบ้านใหญ่ตระกูลซู ผู้หยิ่งทะนงและถือตัวมาโดยตลอด...
ไม่ต้องสงสัยเลย ด้วยนิสัยของลูกพี่ลูกน้องแสน “ฉลาดปราดเปรื่องและมีไหวพริบ” คนนั้น เธอไม่มีทางปล่อยโอกาสสลับการแต่งงานที่หาได้ยากยิ่งนี้หลุดมือไปแน่
ขอแค่รอให้เธอไล่ซูรั่วตัวปลอมนั่นไปชนบทได้สำเร็จ ถึงตอนนั้นไม่ว่าจะเป็นคนตระกูลซู หรือหญิงชราสองคนจากตระกูลเซี่ย พวกนั้นจะยอมปล่อยโอกาสนี้ไปเฉย ๆ ได้อย่างไร?
พวกนั้นต้องบีบบังคับให้ซูรั่วแต่งเข้าตระกูลเซี่ยแทน “ลูกพี่ลูกน้องแสนดี” คนนั้นอย่างไม่ลังเล ให้ไปเป็นภรรยาของคนพิการคนนั้นแน่นอน
หึ! ให้แต่งกับคนพิการคนนั้นน่ะดีจะตายไป!
เธอจำได้ว่าเซี่ยเหลาซานตายในอีกสามเดือนต่อมา ทั้งยังทิ้งลูกเล็ก ๆ ไว้ถึงสามคน
เธอคิดเงียบ ๆ ว่าเมื่อถึงเวลา แค่ใช้แผนเล็กน้อย จัดคนไปชี้นำอยู่เบื้องหลัง แล้วปล่อยข่าวลือว่าซูรั่วเป็นคนดวงแข็ง ไม่เพียงแต่จะนำเคราะห์มาสู่ญาติพี่น้อง แต่ยังทำให้เซี่ยเหลาซานตายด้วย
คนชนบทเชื่อเรื่องงมงายที่สุด
เมื่อเป็นเช่นนี้ ซูรั่วต้องถูกหญิงชราตระกูลเซี่ยทรมานอย่างไร้ความปรานีแน่นอน
ส่วนคนตระกูลซู ก็จะไม่ยอมรับเธออีกต่อไป
ส่วนตระกูลเจียง บ้านใหญ่ตระกูลซูคิดว่านี่เป็นการแต่งงานที่ดีนักหรือ?
เมื่อนึกถึงชะตากรรมของตัวเองในชาติก่อน หึ ๆ ลูกพี่ลูกน้องคนดี ยินดีด้วยนะที่ก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าสู่นรกแล้ว!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ความรู้สึกบิดเบี้ยวในใจซูเชียนก็ยิ่งเติบโตและแผ่ขยายอย่างบ้าคลั่ง
———
ในเวลาเดียวกัน ที่กองพลซาซี ตำบลถังกู่ อำเภอซงหลิน เมืองอวี้ มณฑลเฮย ก็มีบรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษในวันนี้
แต่เช้าตรู่ มีคนคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นไปถึงหน้าบ้านของเซี่ยเจี้ยนหลินในหมู่บ้านเซี่ยถัง แล้วตะโกนเสียงดังลั่นว่า “หลินจื่อ! หลินจื่อ! แย่แล้ว คู่หมั้นของน้องสามที่บ้านนายเกิดเรื่องแล้ว!”
