“มันเทศที่ปลูกบนผืนดินนี้ไม่ใช่มันเทศธรรมดา แต่เป็นมันเทศที่ส่งเข้าวังหลวงโดยเฉพาะ คนทั่วไปไม่มีวาสนาได้ลิ้มรส วันนี้ข้าพาพวกเจ้ามาชิมกัน” อวี๋เหรินเซี่ยวเคาะหน้าผากฉู่อี้เบา ๆ
“ท่านอยากกินเองกระมังเจ้าคะ ท่านอวี๋” สือเหยามองชายชราที่ทำท่าตะกละตะกลามราวกับเด็กน้อยตรงหน้า แล้วอดหัวเราะไม่ได้
อวี๋เหรินเซี่ยวกระแอมอย่างกระอักกระอ่วน เห็นได้ชัดว่าความคิดในใจถูกจับได้เสียแล้ว
“ท่านอวี๋ รอบแปลงมันเทศมีคนเฝ้าอยู่ เราจะเก็บมันเทศได้อย่างไรเจ้าคะ” สือเหยามองคนที่เฝ้าอยู่ไม่ไกล เห็นได้ชัดว่าการลอบเก็บมันเทศไม่ใช่เรื่องง่าย
อวี๋เหรินเซี่ยวลูบเครา แผนการผุดขึ้นในใจแล้ว
“ประเดี๋ยวข้าจะออกไปล่อพวกเขา พวกเจ้าสามคนฉวยโอกาสเข้าไปเก็บในแปลง เก็บมาให้มากหน่อย พอเสร็จแล้วก็วิ่งไปนัดพบกันที่ป่าละเมาะห่างออกไปสิบลี้” พูดจบก็หยิบถุงผ้าป่านใบหนึ่งออกมายื่นให้จี้เหยียน
“ศิษย์เอ๋ย เก็บมาให้อาจารย์มากหน่อย เลือกหัวใหญ่ ๆ มาด้วย”
“……”
เห็นได้ชัดว่าอวี๋เหรินเซี่ยววางแผนลักลอบเก็บมันเทศไว้ก่อนแล้ว
จี้เหยียนรับถุงผ้าป่านไปด้วยสีหน้าเย็นชา
ไม่นาน อวี๋เหรินเซี่ยวก็ออกไปล่อคนเฝ้าตามแผน
สือเหยาโบกมือ “บุก!”
พริบตานั้น ทั้งสามก็พุ่งออกจากพุ่มหญ้า เวลาเร่งรัด สือเหยากับฉู่อี้ตื่นเต้นจนประหม่า รีบวิ่งไปยังแปลงมันเทศแล้วเริ่มขุดกันอย่างขะมักเขม้น
มีเพียงจี้เหยียนที่ยังคงขุดมันเทศอย่างไม่เร่งร้อน สีหน้าไร้อารมณ์
เสี่ยวลิ่วพลันส่งเสียงขึ้น “ฮ่า ๆ ๆ ขำจะตาย จักรพรรดิในอนาคตกลับมาขุดมันเทศอยู่ที่นี่ ที่สำคัญยังเป็นมันเทศของตัวเองอีก แล้วก็ฉู่อี้ด้วย” เสี่ยวลิ่วหัวเราะจนหุบปากไม่ลง “คนหนึ่งเป็นจักรพรรดิ อีกคนเป็นราชเลขาธิการ กลับถูกอวี๋เหรินเซี่ยวลากมาขุดมันเทศ ถ้าอวี๋เหรินเซี่ยวรู้เข้าคงคุยโวเสียจนลมออกหู ฮ่า ๆ ๆ …”
