“เจ้าพูดอะไรกับนาง ถึงได้ทำให้นางตกใจหนีไปเช่นนั้น?” ฉู่อี้ถามด้วยความสงสัย
สือเหยายิ้มจนดวงตาโค้ง “ความลับ”
นางเพียงเลียนแบบน้ำเสียงของทรราชเหยียน ข่มขู่เด็กสาวไปไม่กี่ประโยค
หากยังตามตอแยพวกเขาอีก นางจะตัดมือนางเสีย
ยามพูดเช่นนั้น สือเหยียนเลียนแบบทรราชเหยียน น้ำเสียงเย็นเยียบและดุดัน ทำเอาเด็กสาวตกใจไม่น้อย
นางยังเห็นแววตาหวาดผวาที่เด็กสาวมองมาทางนางเป็นครั้งสุดท้ายก่อนวิ่งหนี
ฮ่า ๆ ฉันยังเลียนแบบทรราชเหยียนได้ไม่ถึงหนึ่งในสิบด้วยซ้ำ
แค่นี้ก็เห็นแล้วว่าท่าทีเย็นชาของทรราชเหยียนน่ากลัวเพียงใด
นางเหลือบมองจี้เหยียน หวังว่าต่อไปเด็กหนุ่มจะมีความดุดันแบบทรราชเหยียนน้อยลง อย่างน้อยภายนอกก็ขอให้เป็นสุภาพบุรุษผู้เที่ยงธรรม
จี้เหยียนไม่เข้าใจ จึงเลิกคิ้วอย่างฉงน
“อาเหยียนรูปงาม” สือเหยาอธิบาย
ใบหูของจี้เหยียนแดงระเรื่อ เขาหลุบตาลง “ถ้าชอบมองก็มองให้มากหน่อย”
สือเหยาถูกจี้เหยียนทำให้อดใจเอ็นดูไม่ได้ ดูเหมือนตอนนี้นางจะรู้แล้วว่าควรพิชิตใจจี้เหยียนอย่างไร
“แค่ก ๆ” ฉู่อี้กระแอมอย่างกระอักกระอ่วน ถูกทั้งสองคนทำให้รู้สึกเหมือนตนเป็นส่วนเกิน เขาพยายามเรียกร้องความสนใจ “พวกเราไปกินข้าวกันเถิด”
“ได้” สือเหยายังคงยืดอกทำท่าเชิดหน้า “ออกเดินทาง!”
……
ภัตตาคารหย่งฝู เป็นภัตตาคารที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมที่สุดในเมืองเถาเฉิง
